แอร์เอเชีย จับมือกาลิเลโอ ขยายตลาดเอเยนต์ จับกลุ่มนักธุรกิจและนักเดินทางจากยุโรปและอเมริกา มั่นใจเพิ่มยอดขายจากช่องทางจำหน่ายนี้เป็น 20% ของสัดส่วนรายได้รวม จี้รัฐเร่งตั้งดอนเมืองเป็นศูนย์กลางสายการบินโลว์คอสต์ สู้ศึกสิงคโปร์ และมาเลเซีย
นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทย แอร์เอเชีย เปิดเผยว่า ลงนามกับบริษัท กาลิเลโอ อินเตอร์เนชั่นแนล แต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจัดจำหน่ายตั๋วโดยสารของสารการบินผ่านระบบ จีดีเอส(Global Distribution System) ซึ่งจะทำให้บริษัทมีเอเยนต์ขายตั๋วเครื่องบินเพิ่มขึ้นอีก 5 หมื่นรายทั่วโลก โดยกาลิเลโอ จะช่วยให้แอร์เอเชียมีลูกค้าจากยุโรปและอเมริกา เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว ที่ต้องการเดินทางมาในประเทศแถบอินโดจี อาทิ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา มาเก๊า อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งแอร์เอเชียมีเส้นทางบินอยู่แล้ว โดยการเพิ่มพันธมิตร มีที่เครือข่ายเอเยนจำนวนมาก จะช่วยให้บริษัท มีสัดส่วนรายได้ที่มาจากเอเยนทัวร์เป็น 15-20% จากปัจจุบันนี้ที่มีอยู่ราว 10% และจะช่วยให้แอร์เอเชียมีอัตราผู้โดยสารเพิ่มจากแผนเดิมที่ตั้งไว้ 80% ให้เป็น 85% ในปีนี้ ซึ่งสูงจากปีก่อนที่มีอัตราเฉลี่ยที่ 78%
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการย้ายสนามบินไปสุวรรณภูมิ ซึ่งรัฐบาลกำหนดเปิดใช้กลางปีนี้นั้น ซึ่งจะส่งผลให้สนามบินดอนเมือง มีที่ว่างเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงต้องการให้รัฐบาลมีความชัดเจนในการกำหนดใช้สนามบินดอนเมืองว่าจะให้เป็นไปในทิศทางใด โดยส่วนตัว ต้องการให้ตั้งดอนเมืองเป็นศูนย์กลางการบินของสายการบินต้นทุนต่ำ(โลว์คอสต์) เพื่อเป็นการแข่งขันกับประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย ประกอบกับไม่ต้องการให้ย้ายสายการบินโลว์คอสต์ไปไว้ที่สุวรรณภูมิ เพราะเชื่อว่าตรงนั้นจะมีสายการบินขึ้น-ลง จำนวนมากอยู่แล้ว จึงไม่ต้องการเข้าไปแย้งหรือแข่งขัน
“ในเดือนมีนาคมนี้ คู่แข่งอย่างสิงคปร์ ได้เตรียมเปิดโลว์คอสต์เทอร์มินอล เพื่อให้บริการสำหรับสายการบินโลว์คอสต์ ส่วนมาเลเซียก็อยู่ระหว่างการขยายเทอร์มินัลสำหรับสายการบินโลว์คอสต์เช่นกัน ดังนั้น หากประเทศไทยยังไม่เริ่มทำอะไนให้ชัดเจน ก็จะเสียโอกาสทางการแข่งขันได้ ส่วนหากต้องย้ายโลว์คอสต์ไปสนามบินสุวรรณภูมิ ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ตรงนี้จะยิ่งเป็นปัญหาสำหรับสายการบินราคาประหยัดอย่างเรา”
นายทัศพล แบเลเว็ลด์ กล่าวถึงเรื่องการสรุปขายหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด(มหาชน) ให้กับ กลุ่มเทมาเส็ก โฮลดิ้ง ประเทศสิงคโปร์ แม้จะได้ข้อสรุปแล้ว แต่ถึงขณะนี้เราก็ยังไม่ได้รับสัญญาณอะไรจากบริษัทแม่ คือ ชินคอร์ป แต่อย่างใด ตอนนี้ก็ยังทำงานเป็นปกติเหมือนเดิม แต่หากในอนาคตถ้าต้องมีการเจรจาก็จะเปิดคุยซึ่งตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะเกิดอะไร แต่เชื่อว่าทุกอย่างจะไม่กระทบกับธุรกิจแน่นอน
นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทย แอร์เอเชีย เปิดเผยว่า ลงนามกับบริษัท กาลิเลโอ อินเตอร์เนชั่นแนล แต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจัดจำหน่ายตั๋วโดยสารของสารการบินผ่านระบบ จีดีเอส(Global Distribution System) ซึ่งจะทำให้บริษัทมีเอเยนต์ขายตั๋วเครื่องบินเพิ่มขึ้นอีก 5 หมื่นรายทั่วโลก โดยกาลิเลโอ จะช่วยให้แอร์เอเชียมีลูกค้าจากยุโรปและอเมริกา เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว ที่ต้องการเดินทางมาในประเทศแถบอินโดจี อาทิ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา มาเก๊า อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งแอร์เอเชียมีเส้นทางบินอยู่แล้ว โดยการเพิ่มพันธมิตร มีที่เครือข่ายเอเยนจำนวนมาก จะช่วยให้บริษัท มีสัดส่วนรายได้ที่มาจากเอเยนทัวร์เป็น 15-20% จากปัจจุบันนี้ที่มีอยู่ราว 10% และจะช่วยให้แอร์เอเชียมีอัตราผู้โดยสารเพิ่มจากแผนเดิมที่ตั้งไว้ 80% ให้เป็น 85% ในปีนี้ ซึ่งสูงจากปีก่อนที่มีอัตราเฉลี่ยที่ 78%
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการย้ายสนามบินไปสุวรรณภูมิ ซึ่งรัฐบาลกำหนดเปิดใช้กลางปีนี้นั้น ซึ่งจะส่งผลให้สนามบินดอนเมือง มีที่ว่างเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงต้องการให้รัฐบาลมีความชัดเจนในการกำหนดใช้สนามบินดอนเมืองว่าจะให้เป็นไปในทิศทางใด โดยส่วนตัว ต้องการให้ตั้งดอนเมืองเป็นศูนย์กลางการบินของสายการบินต้นทุนต่ำ(โลว์คอสต์) เพื่อเป็นการแข่งขันกับประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย ประกอบกับไม่ต้องการให้ย้ายสายการบินโลว์คอสต์ไปไว้ที่สุวรรณภูมิ เพราะเชื่อว่าตรงนั้นจะมีสายการบินขึ้น-ลง จำนวนมากอยู่แล้ว จึงไม่ต้องการเข้าไปแย้งหรือแข่งขัน
“ในเดือนมีนาคมนี้ คู่แข่งอย่างสิงคปร์ ได้เตรียมเปิดโลว์คอสต์เทอร์มินอล เพื่อให้บริการสำหรับสายการบินโลว์คอสต์ ส่วนมาเลเซียก็อยู่ระหว่างการขยายเทอร์มินัลสำหรับสายการบินโลว์คอสต์เช่นกัน ดังนั้น หากประเทศไทยยังไม่เริ่มทำอะไนให้ชัดเจน ก็จะเสียโอกาสทางการแข่งขันได้ ส่วนหากต้องย้ายโลว์คอสต์ไปสนามบินสุวรรณภูมิ ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ตรงนี้จะยิ่งเป็นปัญหาสำหรับสายการบินราคาประหยัดอย่างเรา”
นายทัศพล แบเลเว็ลด์ กล่าวถึงเรื่องการสรุปขายหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด(มหาชน) ให้กับ กลุ่มเทมาเส็ก โฮลดิ้ง ประเทศสิงคโปร์ แม้จะได้ข้อสรุปแล้ว แต่ถึงขณะนี้เราก็ยังไม่ได้รับสัญญาณอะไรจากบริษัทแม่ คือ ชินคอร์ป แต่อย่างใด ตอนนี้ก็ยังทำงานเป็นปกติเหมือนเดิม แต่หากในอนาคตถ้าต้องมีการเจรจาก็จะเปิดคุยซึ่งตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะเกิดอะไร แต่เชื่อว่าทุกอย่างจะไม่กระทบกับธุรกิจแน่นอน


