ลูกค้า โปรโมชั่นจับมือร้านค้ากว่า 10 รายนำเสนอนวัตกรรมใหม่ทางการเงิน "มันนี่ แบ็ค" รับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เผยใช้งบโฆษณาผ่านสื่อ 4 เดือน 5 ล้านบาท ตั้งเป้าสิ้นปีคู่ค้าเพิ่มเป็น 50 ราย โดยเฉพาะตลาดรถยนต์มือสองที่มีการแข่งดุ ขณะที่ยอดรายได้บริษัทเฉลี่ยเดือนละ 15 ล้านบาท
นายศิริรัฐ ศิริพันธุ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหาร บริษัท ลูกค้าโปรโมชั่น จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯได้มีแนวคิดในการทำธุรกิจใหม่ ภายใต้ชื่อ "มันนี่ แบ็ค คืนเงินจริง" ซึ่งเป็นโปรโมชั่นที่สร้างความมั่นใจให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการและผู้บริโภคที่เลือกสินค้าในโปรโมชั่นมันนี่ แบ็ค จะได้รับเงินคืนขั้นต่ำ15 -100% เมื่อครบสัญญาการคืนเงินและการทำตามเงื่อนไขการขอรับคืนเงินทุกประการ โดยมันนี่ แบ็ค ได้รับการประกันคุ้มครองเงินค่าส่งเสริมการขายที่จะคืนให้ผู้ซื้อสินค้าจากบริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) และมีสำนักงานทนายความเสนีย์ ปราโมทย์เป็นผู้ดูแลข้อสัญญาต่างๆให้
"การเปิดตัวโปรโมชั่นมันนี่ แบ็คในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรื่องของสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ผู้บริโภคต้องการทางเลือกมากขึ้น และมันนี่ แบ็คก็ถือเป็นทางเลือกใหม่ ซึ่งก่อนที่เราจะเปิดตัวโปรโมชั่นนี้ ทางบริษัทฯได้มีการสำรวจข้อมูลผู้บริโภคประมาณ 2,000 คนในกรุงเทพฯ และพบว่า 22% สนใจซื้อโปรโมชั่นนี้ และ40% ขอคิดดูก่อน ซึ่งเริ่มต้นจะเน้นตลาดในกรุงเทพฯก่อนที่ขยายไปสู่ต่างจังหวัด เช่น จังหวัดเชียงใหม่"
สำหรับเงื่อนไขการขอรับเงินคืนจากโปรโมชั่นมันนี่ แบ็คมี 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1. ลูกค้าซื้อสินค้าจากร้านที่ร่วมโปรโมชั่นจะได้รับใบตอบรับ 2. บริษัทฯส่งบัตรสมนาคุณและยืนยันข้อมูลให้ลูกค้าตรวจสอบภายใน 20 วัน 3.ลูกค้าตรวจสอบและลงลายมือในใบยืนยัน จากนั้นส่งกลับมาบริษัทฯภายใน 40 วัน และ 5.ภายใน 7 วันหลังครบกำหนดลูกค้าต้องส่งเอกสารที่ระบุในเงื่อนไขกลับมาบริษัทฯ
โปรโมชั่นมันนี่ แบ็คเริ่มให้บริการในวานนี้ (15 ก.ย.48) โดยเบื้องต้นมีผู้ประกอบการสินค้าที่เข้าร่วมกว่า 10 ราย อาทิ ที่นอนโลตัส, รถยนต์มือสองของ 333 คาร์เซ็นเตอร์ , แว่นตา จากวีสยาม ออฟติคอล เป็นต้น ส่วนผู้ที่สนใจและกำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจมีหลายราย เช่น เอฟบีที, กลุ่มโทรศัพท์มือถือ, เสื้อผ้า, เครื่องใช้ไฟฟ้าและโครงการบ้านจัดสรร เป็นต้น โดยภายในสิ้นปีนี้บริษัทฯคาดว่าจะมีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการรวม 50 รายและเพิ่มเป็น 150 รายในปีหน้า ทั้งนี้สินค้าที่บริษัทฯจะเน้นทำตลาดและเจรจากับพันธมิตรต่อจากนี้ไปจะเป็นกลุ่มรถยนต์มือสอง เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันสูง
ส่วนงบประมาณในการทำตลาด 4 เดือนแรก บริษัทฯ ตั้งงบการตลาดไว้ที่ 5 ล้านบาท โดยจะทำสื่อทั้งอโบพ เดอะ ไลน์ และบีโลว์ เดอะ ไลน์ จากนั้นในปีหน้าทุกไตรมาสบริษัทฯจะใช้งบกว่า 5 ล้านบาทในการทำตลาด ตั้งเป้ายอดรายได้ไว้ที่เดือนละ 15 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากจากยอดรายได้ของบริษัทหรือร้านค้าที่มาร่วมโปรโมชั่น และลูกค้ามาเคลมไม่ถึง15%


