xs
xsm
sm
md
lg

ธนบดีธนกิจเอเชียเฟื่อง ศึกชิงแบงเกอร์ยิ่งดุเดือด

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

รอยเตอร์ - ธนบดีธนกิจขนาดกลางสัญชาติยุโรปแห่งหนึ่งในฮ่องกงอาศัยการวิเคราะห์ลายมือเขียนหนังสือ แล้วก็บอกปฏิเสธผู้สมัครตำแหน่งงานแบงเกอร์ระดับอาวุโสไปเมื่อ 2 ปีก่อน ปรากฏว่าอีก 10 เดือนต่อมาผู้สมัครคนดังกล่าวถูกจับในกรณีฉ้อโกงที่ธนาคารคู่แข่งแห่งหนึ่งจริงๆ

อาลี เมอร์ซา กรรมการบริหารบริษัทมาร์เก็ตแชร์ อันเป็นกิจการวิจัยและให้คำปรึกษาด้านการตลาดชี้ว่า การวิเคราะห์ลายมือเขียนหนังสือเป็นเครื่องมือประการหนึ่งที่ใช้คัดเลือกเจ้าหน้าที่ในกิจการธนบดีธนกิจ ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและดูแลด้านการเงินให้แก่ลูกค้าระดับกระเป๋าหนัก ทั้งนี้ก็เพื่อตอบรับดีมานด์ในบริการนี้ที่กำลังบูมสุดขีด

การเติบโตทางเศรษฐกิจซึ่งเร่งเครื่องทำให้เกิดความมั่งคั่งขึ้นทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบเอเชียแปซิฟิก บรรดาธนบดีธนกิจหลายแห่งจึงต่างมุ่งเฟ้นหาพนักงานที่มากด้วยประสบการณ์ ผู้ซึ่งจะสามารถดึงสินทรัพย์ของลูกค้าจากบรรดาคู่แข่งมาได้

จากรายงาน 2005 เวิลด์ เวลท์ รีพอร์ต ของเมอร์ริลล์ ลินช์และแคปเจมินิ เกี่ยวกับจำนวนบุคคลที่มีทรัพย์สินสุทธิในระดับสูง หรือผู้ที่มีสินทรัพย์ทางการเงินมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป พบว่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีจำนวนสูงขึ้น 8.2% ในปี 2004 อยู่ที่ 2.3 ล้านคน

คนเหล่านี้มีทรัพย์สินโดยรวมมากขึ้น 8.5% เป็น 7.2 ล้านล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 6.9% ต่อปีเป็น 10.1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2009

ดังนั้น จุดมุ่งหมายหลักของบรรดาธนบดีธนกิจจำนวนมากในแถบเอเชียแปซิฟิกก็คือการดึงตัวนายธนาคารหรือทีมงานทั้งหมดมาจากคู่แข่ง อันเป็นกลยุทธที่ทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายในด้านบุคลากรเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก

เมอร์ซากล่าวว่า การสรรหาคนนั้นจำเป็นต้องใช้เวลา และนอกเหนือจากวิธีการวิเคราะห์ลายมือแล้วธนาคารเหล่านี้ยังใช้การทดสอบด้านจิตวิทยาและแบบสอบถามอันยืดยาวอีกด้วย

ยอง พิก ฟุย ผู้อำนวยการฝ่ายธนบดีธนกิจของ ดีบีเอส แบงก์ในสิงคโปร์กล่าวว่า "โชคร้ายที่ธนาคารส่วนใหญ่ยังคงหาทางเพิ่มสินทรัพย์ของบริษัทด้วยการจ้างนายธนาคารจำนวนมาก เนื่องจากที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือจำนวนเจ้าหน้าที่เหล่านี้ไม่ได้เติบโตรวดเร็วเช่นเดียวกับตลาด"

ไพรซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส (พีดับเบิลยูซี) เผยในรายงานการสำรวจเมื่อไม่นานมานี้ว่า แม้จะมีการคาดการณ์กันว่ารายได้และสินทรัพย์ของบรรดาธนบดีธนกิจจะเพิ่มขึ้น แต่ธนาคารถึงครึ่งหนึ่งที่ทำการสำรวจในเอเชียกลับมีทัศนคติแง่ลบเกี่ยวกับผลกำไรในช่วง 3 ปีข้างหน้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและค่าใช้จ่ายในการประกันความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น

ผลสำรวจซึ่งจัดทำในปี 2003 ฉบับนี้ ยังพบว่านายธนาคารในฝ่ายธนบดีธนกิจมักจะเรียกร้องเงินตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อปีประมาณ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในสิงคโปร์ และราว 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในฮ่องกง แถมนับจากนั้นเป็นต้นมาก็ดูเหมือนว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ

ทว่า ผู้เล่นรายใหญ่ๆ กลับไม่วิตกกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนี้มากนัก มาร์เซล ครีส หัวหน้าฝ่ายการบริหารสินทรัพย์ในภูมิภาคเอเชียใต้และแปซิฟิกของยูบีเอส ซึ่งมีกิจการด้านธนบดีธนกิจใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก กล่าวว่า "การบริหารสินทรัพย์เป็นธุรกิจหลักของยูบีเอส เราเต็มใจที่จะทุ่มลงทุนด้านทรัพยากรบุคคลและโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว แม้จะมีแรงกดดันด้านค่าใช้จ่ายและแรงกดดันด้านศักยภาพการทำกำไรระยะสั้นก็ตาม"

อนึ่ง เพื่อลดการพึ่งพิงเกมไล่ล่าหาตัวบุคคลที่มีค่าใช้จ่ายแพงลิ่บเช่นนี้ ธนาคารหลายแห่งยังเลือกที่จะใช้วิธีการอื่นๆ ไปควบคู่ด้วย ตัวอย่างเช่น เครดิต สวิส ได้ก่อตั้งวิทยาลัยธุรกิจเป็นของตนเองในสิงคโปร์เพื่อใช้เฟ้นหาผู้มีความสามารถ โดยธนบดีธนกิจอันดับ 2 ของโลกรายนี้ตั้งเป้าที่จะเพิ่มจำนวนพนักงานในเอเชียให้ได้จากปัจจุบัน 600 คนเป็น 1,000 คนในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
กำลังโหลดความคิดเห็น...