xs
xsm
sm
md
lg

CEO มอร์แกนฯ พ่ายแรงกดดัน ประกาศ "ออก" ทันทีที่หาคนได้

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เอเอฟพี/รอยเตอร์ - มอร์แกน สแตนเลย์เผย ฟิลิป เพอร์เซลล์ ประธานบริหารของบริษัทกำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งในไม่ช้านี้ พ่ายต่อกระแสกดดันให้ออกจากตำแหน่งของบรรดานักลงทุนและเหล่าผู้บริหาร

เพอร์เซลล์กล่าวในจดหมายที่มอร์แกน สแตนเลย์ วาณิชธนกิจชื่อดังจากสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (13) ว่า "เป็นที่ชัดเจนว่าการโจมตีซึ่งมุ่งมาที่ผมอย่างต่อเนื่อง และการที่บริษัทมีภาพลักษณ์ติดลบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้ทุกคนจำต้องทนแบกรับสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นการตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมจะทำได้เพื่อพนักงานทุกคน ตลอดจนลูกค้าและผู้ถือหุ้นของบริษัท"

พร้อมเสริมว่า เขาจะปลดเกษียณตัวเองทันทีที่มีการแต่งตั้งผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งแทน แต่ไม่เกินเดือนมีนาคม 2006 ซึ่งจะมีการประชุมประจำปีครั้งต่อไป

จอห์น ชาลเลนเจอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารชาลเลนเจอร์ เกรย์ แอนด์ คริสมาสต์ บริษัทที่ปรึกษาชื่อดังกล่าวว่า "โดยพื้นฐานแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นกับมอร์แกน สแตนเลย์ถือเป็นการแข็งข้อต่ออำนาจ ซีอีโอทุกวันนี้ถูกรุมเล้าจากทุกๆ ด้าน...บอร์ดบริหารและเพอร์เซลล์จึงไม่อาจเสี่ยงกับการสูญเสียคนมีความสามารถและภาพลักษณ์ที่เลวร้ายลงของบริษัทต่อสาธารณชน จากความขัดแย้งและความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกันภายในบริษัทได้อีกต่อไป"

ด้านทอม โฟเลย์ นักวิเคราะห์จากสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (เอสแอนด์พี) ชี้ว่า แนวโน้มของมอร์แกน สแตนเลย์ยังคงอยู่ในระดับ "ติดลบ" เช่นเดิม ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่ออันดับความน่าเชื่อถือของบริษัท

โฟเลย์แจงว่า "เอสแอนด์พีกำลังจับตาดูความคืบหน้าของมอร์แกน สแตนเลย์ในการแต่งตั้งซีอีโอคนใหม่ และการยืนยันเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์ในปัจจุบันหรือการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ ทั้งนี้ทางแก้ไขแนวโน้มด้านลบนั้นขึ้นอยู่กับว่าเอสแอนด์พีพอใจมากน้อยเพียงใดกับแผนยุทธศาสตร์ของบริษัท"

ด้านบอร์ดบริหารของมอร์แกน สแตนเลย์ ซึ่งนำโดยชาร์ลส ไนท์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาผลตอบแทนกำลังดำเนินการสรรหาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและประธานบริหารคนใหม่

ไนท์ระบุว่า มอร์แกน สแตนเลย์จะไม่พิจารณาผู้ที่เข้าร่วมกลุ่มกับอดีต 8 ผู้บริหารของบริษัทซึ่งเรียกร้องให้ขับเพอร์เซลล์ออกมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เนื่องจากไม่พอใจผลการดำเนินงานทางการเงินและราคาหุ้นที่ชะลอตัวลงมาเป็นเวลา 5 ปีภายใต้การนำของเขา รวมถึงความล้มเหลวในการบูรณาการธุรกิจอันหลากหลายของบริษัท

นอกจากนี้ มอร์แกน สแตนเลย์เตือนอีกว่า ผลกำไรในไตรมาส 2 ของปีนี้อาจลดลง 15-20% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว หรือราว 88-94 เซ็นต์ต่อหุ้น ซึ่งน้อยกว่าที่ผลสำรวจของรอยเตอร์ส เอสทิเมตส์เกี่ยวกับการคาดการณ์รายได้โดยเฉลี่ยที่ 1.12 ดอลลาร์ต่อหุ้น
กำลังโหลดความคิดเห็น...