xs
xsm
sm
md
lg

"จุ่มแซบฮัท"ปรับใหญ่ในรอบ10ปี หั่นราคา50%สู้ร้านอีสานนอกห้างฯ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เดอะบาร์บีคิวพลาซ่าปัดฝุ่น "จุ่มแซบฮัท" ใหม่ในรอบ 10 ปี หั่นราคาเมนูชุดลง 50% จากสูงสุด 300 บาทเหลือ 150 บาท หลังเจอร้านอาหารอีสานนอกห้างฯ พ่นพิษทำยอดขายโตเพียง 4-5% ตั้งเป้าหลังปรับหวังยอดโต 10% ปีหน้าเล็งเปิดสาขาใหม่ 5 แห่ง

นายอัครเดช รุ่งสัมพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะบาร์บีคิวพลาซ่า จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารประเภทปิ้งย่าง "บาร์บีคิว พลาซ่า" และร้านอาหารอีสาน "จุ่มแซบฮัท" เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้เริ่มทยอยปรับรูปแบบร้าน โลโก้ เมนูอาหาร และระดับราคาเมนูชุดให้กับร้านจุ่มแซบฮัทไปประมาณ 5-6 สาขาตั้งแต่เมื่อกลางปีที่ผ่านมา เพื่อทดลองความต้องการของลูกค้าที่มีต่อภาพลักษณ์ใหม่ และจะนำไปปรับปรุงต่อให้ครบทุกสาขา ซึ่งบริษัทได้รับผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้ามาก โดยคาดว่าจะปรับให้ครบทั้ง 38 สาขาภายในมี.ค. 2548

การปรับจุ่มแซบฮัทในครั้งนี้ถือว่าเป็นการปรับใหญ่ในรอบ 10 ปีของแบรนด์จุ่มแซบฮัท โดยเฉพาะการปรับลดระดับราคาให้กับเมนูชุดเหลือ 90 - 150 บาท และเพิ่มความหลากหลายของรูปแบบเมนูชุดที่มีราคาถูกให้มากขึ้น ส่วนหนึ่งเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าทำงานที่เข้ามารับประทานช่วงกลางวัน จากเดิมที่เมนูชุดของจุ่มแซบฮัทจะเริ่มต้นที่ 90 - 300 บาท ซึ่งถือว่ามีระดับที่สูงมากเมื่อเทียบกับราคาของร้านอาหารอีสานนอกศูนย์การค้า

นอกจากนี้ ตั้งแต่ช่วงเศรษฐกิจหดตัวลง ส่งผลให้คนหันมาเปิดธุรกิจร้านอาหารอีสานเป็นจำนวนมาก และทัศนคติของผู้บริโภคต่อการเลือกรับประทานอาหารอีสานในศูนย์การค้ายังไม่ได้รับความสนใจเท่ากับอาหารประเภทอื่น ส่งผลให้หลายปีที่ผ่านมาจุ่มแซบฮัทมีอัตราการเติบโตเพียง 4-5% เท่านั้น แตกต่างจากบาร์บีคิว พลาซ่าที่มีอัตราการเติบโต 10% ทุกปี แต่คาดว่าหลังจากปรับแล้วน่าจะเติบโตได้อย่างน้อย 10% ซึ่งบางสาขาที่ปรับแล้ว อาทิ เซ็นทรัล พระราม 3, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, สีลม คอมเพล็กซ์มีอัตราการเติบโตถึง 20%

ในปี 2548 บริษัทจะเน้นสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ให้กับบาร์บีคิว พลาซ่าเหมือนเดิม แต่อาจจะเพิ่มงบการตลาดจากปีนี้ที่ใช้ 30 ล้านบาท เป็น 40-50 ล้านบาท เพื่อสร้างแบรนด์ให้กับจุ่มแซบฮัทด้วย และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะใช้สัญลักษณ์ประจำร้านให้กับจุ่มแซบฮัทเหมือนกับบาร์บีคิว พลาซ่าที่ใช้มังกรหรือไม่ และตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 5 สาขาให้กับบาร์บีคิว พลาซ่าเป็นหลัก จากปัจจุบันมี 50 สาขา ซึ่งหากทำเลไหนได้พื้นที่ถึง 500 ตร.ม.ก็จะแบ่งมาเปิดจุ่มแซบฮัทด้วย

ปัจจุบันศูนย์การค้าขนาดใหญ่ไม่ขยายตัวมากเหมือนในอดีต สาขาใหม่ส่วนใหญ่จึงเปิดกับดิสเคาน์สโตร์ซึ่งจะมีพื้นที่ให้เพียง 170 - 180 ตร.ม. จึงสามารถเปิดได้เพียงแบรนด์เดียว

ผลประกอบการปีนี้ของบริษัทคาดว่าจะเติบโต 10% ตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่การทำตลาดปีนี้ค่อนข้างเหนื่อยกว่าทุกปี เพราะมีปัจจัยลบเกิดขึ้นกับธุรกิจอาหารอย่างไข้หวัดนก ถึงแม้จะไม่กระทบทางตรง แต่ทำให้ผู้บริโภคชะลอการจับจ่ายใช้สอย
กำลังโหลดความคิดเห็น