xs
xsm
sm
md
lg

ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลในจีน : ลู่ทางขยายตลาดของไทย…ยังสดใส

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ปัจจุบัน จีนเป็นทั้งผู้ผลิต และนำเข้าอาหารทะเล ทั้งเพื่อแปรรูปส่งออก และเพื่อบริโภค ที่น่าจับตามอง เนื่องจากตลาดผลิตภัณฑ์อาหารทะเลในจีน เป็นตลาดน่าสนใจ จากการที่ปริมาณผลิตเพิ่มขึ้นไม่ทันความต้องการบริโภค

ทำให้จีนต้องพึ่งการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารทะเล เพื่อป้อนตลาดในประเทศ แม้ปัจจุบัน มูลค่าส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลไทยไปตลาดจีน จะยังไม่สูงนัก ไทยสำคัญอันดับ 10 ของประเทศคู่ค้าผลิตภัณฑ์อาหารทะเลของจีน

แต่เมื่อพิจารณาแนวโน้มขยายตัวการส่งออกที่อยู่ในเกณฑ์สูง ผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลของไทย ยังมีโอกาสเจาะขยายตลาดจีน

การผลิต : จีนผลิตผลิตภัณฑ์ประมงมากที่สุดในโลก
ปัจจุบัน จีนผลิตผลิตภัณฑ์ประมงมากที่สุดในโลก ซึ่งประมาณ 40% ของปริมาณผลิตทั้งหมด เป็นการเพาะเลี้ยง ปริมาณผลิตภัณฑ์ประมงจากการเพาะเลี้ยงของจีน คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณเพาะเลี้ยงของโลก

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (China’s Statistics Bureau :NSB) คาดผลผลิตสัตว์น้ำจีนปี 2546 เท่ากับ 47 ล้านตัน เทียบกับปี 2545 ที่มีปริมาณผลิต 45.7 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.8%

เนื่องจากมีการขยายตัวเพาะเลี้ยง ทั้งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด และเพาะเลี้ยงชายฝั่ง ขณะที่ปริมาณจับสัตว์น้ำค่อนข้างคงที่ ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ปริมาณผลิตสัตว์น้ำทะเลแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกุ้ง ปู และหอย เนื่องจากขยายพื้นที่เพาะเลี้ยง และเพิ่มประสิทธิภาพผลิต ทำให้ผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น

ขณะที่ปริมาณผลิตปลาค่อนข้างคงที่ เป็นผลจากนโยบายรัฐบาลเข้มงวด โดยเฉพาะขนาดปลา ช่วงเวลาห้ามจับปลา และขนาดเครื่องมือและอุปกรณ์จับปลา เพื่อจับปลาเฉพาะที่โตเต็มที่แล้ว และปลาขนาดใหญ่ เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรจีน จัดให้ธุรกิจผลิตภัณฑ์ประมง เป็นธุรกิจแนวโน้มแจ่มใสช่วง 5 ปีต่อไป (2548-2552) แม้จะคาดการณ์ปริมาณผลิตจะขยายตัวไม่มากนัก เนื่องจากจีนต้องเน้นฟื้นฟูสภาพแวดล้อม เป็นผลจากมลภาวะเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด และเพาะเลี้ยงชายฝั่ง

การบริโภคอาหารทะเลของจีน : แนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
การบริโภคอาหารทะเลในจีน ส่วนใหญ่บริโภคปลา และผลิตภัณฑ์ ทั้งปลาทะเล และปลาน้ำจืด ซึ่งจับได้จากทะเลและแม่น้ำของจีน รวมทั้งเพาะเลี้ยงชายฝั่ง โดยทั่วไป อาหารทะเลที่ราคาสูง ตลาดหลักจะเป็นกลุ่มผู้บริโภคในเมืองแถบชายฝั่งทะเล

เนื่องจากการบริโภคอาหารทะเลสำหรับเมืองทางตอนในของประเทศ ต่ำ เป็นผลจากรายได้ที่ยังต่ำ และปัญหาขนส่ง ทั้งในแง่ถนน และรถขนส่ง ที่เป็นรถห้องเย็น

ปริมาณบริโภคอาหารทะเลของคนจีนปัจจุบัน ยังไม่สูงนัก ปริมาณบริโภค 10 กิโลกรัมต่อคนต่อปี สำหรับคนจีนในเมืองใหญ่ๆ และ 4 กิโลกรัมต่อคนต่อปี สำหรับคนจีนในชนบท คาดว่าตลาดอาหารทะเลจีน เป็นตลาดที่มีโอกาสขยายตัวมากระยะต่อไป

เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจขยายตัวมาก ทำให้รายได้ต่อหัวคนจีนแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางเจา เป็นต้น เป็นโอกาสอาหารทะเลนำเข้า โดยเฉพาะกุ้งล็อบ-สเตอร์ หอยนางรม ปลาคอด ปลาแซลมอน ปลาหมึก และปู

มูลค่านำเข้าอาหารทะเลของจีน ยังขยายตัวต่อเนื่อง กล่าวคือ มูลค่านำเข้าอาหารทะเลของจีน 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปี 2545 เทียบกับ 5 ปีที่ผ่านมา ขยายตัวเกือบ 3 เท่า คาดว่าอัตราขยายตัวจะยังคงสูงต่อเนื่อง

ช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ มูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้น 14% โดยเฉพาะปลาแช่แข็งและผลิตภัณฑ์จากปลา กุ้ง ปลาหมึก และปู ประเทศที่เป็นแหล่งนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารทะเลของจีน คือ รัสเซีย เกาหลีเหนือ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และแคนาดา ซึ่งสัดส่วนตลาดรวมกันถึง 65% ของมูลค่านำเข้าอาหารทะเลทั้งหมดของจีน

สำหรับไทย อยู่อันดับ 10 ของแหล่งนำเข้าอาหารทะเลและผลิตภัณฑ์ของจีน โดยแต่ละปี จีนนำเข้าอาหารทะเลและผลิตภัณฑ์จากไทยเฉลี่ย 30,000 ตัน ไทยเป็นแหล่งนำเข้าผลิตภัณฑ์ปลาสดแช่เย็นแช่แข็ง ปลาหมึกสดแช่เย็นแช่แข็ง เนื้อปลาสดแช่เย็นแช่แข็ง รวมทั้งอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป

สถิติกรมเจรจาการค้า กระทรวงพาณิชย์ มูลค่าส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลไทยไปจีนช่วง 10 เดือนแรกปีนี้ 43.4 ล้านดอลลาร์ เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน เพิ่มขึ้น 20.9% ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่แนวโน้มขยายตัวมากกว่า 20%

ได้แก่ เนื้อปลาสดแช่เย็นแช่แข็ง (100%) ปลาสดแช่เย็นแช่แข็ง (55.8%) ปลาหมึกสดแช่เย็นแช่แข็ง (35%) และหอยและปู (22.2%) อย่างไรก็ตาม ช่วง 10 เดือนแรกปีนี้ มูลค่าส่งออกอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปไปตลาดจีน ลดลงมาก

กล่าวคือ มูลค่าส่งออก 1.7 ล้านดอลลาร์ เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ลดลง 41.4% เนื่องจากปีนี้ ไทยประสบปัญหาราคาปลาทูน่าแช่แข็งแนวโน้มสูงขึ้น จากปัญหาขาดแคลนปลาทูน่าตลาดโลก ทำให้การผลิตเพื่อส่งออกลดลง

อย่างไรก็ตาม ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แนวโน้มส่งออกอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปของไทยไปตลาดจีน ยังคงแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนการส่งออกกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งไปตลาดจีน แนวโน้มลดต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2545 เนื่องจากรัฐบาลจีนส่งเสริมการเลี้ยงในประเทศ จนกระทั่งปัจจุบัน จีนกลายเป็นคู่แข่งสำคัญส่งออกกุ้งของไทย ในตลาดโลก

ปริมาณบริโภคอาหารทะเลต่อหัวของคนจีน ทั้งในเมืองและในชนบท แนวโน้มเพิ่มขึ้น กระทรวงเกษตรของจีนคาดว่า ปริมาณบริโภคอาหารทะเลต่อหัวของคนจีนประมาณ 80% ช่วง 5 ปีต่อไป

เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มวิตกปัญหาไข้หวัดนกในจีน ทำให้ผู้บริโภคหันมารับประทานอาหารทะเล แนวโน้มบริโภคอาหารทะเลของคนจีนเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์อาหารทะเล มีความสด และคุณภาพดีขึ้น เนื่องจากการปรับปรุง และพัฒนาช่องทางขนส่ง และรายได้เฉลี่ยต่อหัวคนจีน แนวโน้มเพิ่มขึ้น

จังหวัดชายฝั่งทะเลของจีน เป็นจังหวัดที่บริโภคอาหารทะเลมากที่สุด เนื่องจากปริมาณอาหารทะเล ทั้งที่จับจากทะเล และเพาะเลี้ยงชายฝั่ง ให้เลือกมากมาย กล่าวคือ ค่าใช้จ่ายซื้ออาหารทะเลของคนเมืองใหญ่ของจีน 2% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด คิดเป็น 7.5% ของค่าใช้จ่ายด้านอาหารทั้งหมด

แต่ในเซี่ยงไฮ้ ค่าใช้จ่ายซื้ออาหารทะเล สูงที่สุดในประเทศ รองลงมา คือ ฟูเจี้ยน จี้เหลียน และไฮหนาน อย่างไรก็ตาม ปริมาณอาหารทะเลเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเลผลิตได้ในประเทศ

แต่คาดได้ว่า คนที่อาศัยในจังหวัดชายฝั่งทะเลเหล่านี้ แนวโน้มจะยอมรับผลิตภัณฑ์อาหารทะเลนำเข้า กลุ่มเป้าหมายตลาดอาหารทะเลนำเข้า คือกลุ่มผู้มีรายได้สูง และอาศัยตามเมืองใหญ่ๆ เนื่องจากเป็นกลุ่มรายได้เพียงพอซื้อผลิตภัณฑ์อาหารทะเลนำเข้า

คาดว่าช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ความต้องการอาหารทะเลของจีน แนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากจีนต้องเผชิญปัญหาความปลอดภัยด้านอาหาร ที่ประเทศคู่ค้ายกเป็นข้ออ้าง ห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารทะเลจากจีน

และความสนใจสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะคุณภาพน้ำ แนวโน้มผลิตอาหารทะเลของจีน โดยเฉพาะกุ้งทะเล ปู ปลาหมึก และหอย จะเพิ่มขึ้นช้าๆ ขณะที่ความต้องการบริโภคในประเทศ ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่ผลิตในพื้นที่น้ำจืดก็มีแนวโน้มการผลิตที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากพื้นที่แถบชนบท เริ่มหันมาเลี้ยงสัตว์น้ำจืดและสัตว์น้ำทะเลในพื้นที่น้ำจืดเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการเลี้ยงรายย่อย เพื่อจำหน่ายให้พื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งนักธุรกิจ หันมาลงทุนเพาะเลี้ยงลักษณะฟาร์มขนาดใหญ่ เพื่อจำหน่ายให้ผู้บริโภคในเมืองใหญ่ และป้อนเข้าโรงงานผลิตภัณฑ์อาหารทะเล เพื่อส่งออก

ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีโอกาสขยายตลาดในจีน คือผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่ตอบสนองตลาดระดับสูง เนื่องจากความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารทะเลนำเข้า อยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้สูง ซึ่งต้องการผลิตภัณฑ์อาหารทะเลคุณภาพดี เช่น กุ้งล็อบสเตอร์ หอยนางรม ปู

ตลาดหลักอยู่เซี่ยงไฮ้ ธุรกิจจัดเลี้ยง โรงแรมและภัตตาคาร สำหรับความต้องการอาหารทะเลสดและแช่แข็ง และอาหารทะเลแปรรูปสดและแช่แข็ง แนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะลูกชิ้นปลา ปูอัด และเกี๊ยวปลา ซึ่งเป็นอาหารที่คนจีนนิยมบริโภค ทั้งระดับครัวเรือนที่จำหน่ายผ่านช่องทางค้าปลีก และในภัตตาคาร

นอกจากนี้ การขยายตัวธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ ร้านสะดวกซื้อ และซุปเปอร์มาร์เก็ต ทำให้ตลาดอาหารทะเลแช่แข็ง แนวโน้มขยายตัวตาม โดยเฉพาะตามเมือง ที่ไม่ได้อยู่ชายฝั่งทะเล

ประเด็นต้องจับตามอง คืออาหารทะเลนำเข้า ส่วนใหญ่นำเข้าเพื่อป้อนโรงงานแปรรูป และส่งต่อประเทศที่ 3 ทำให้จีนเป็นประเทศที่ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลสำคัญของโลกด้วย

ปัจจุบัน จีนเกินดุลการค้าอาหารทะเลและผลิตภัณฑ์ประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากจีนอนุญาตให้นำเข้าสินค้าอาหารทะเลสำหรับประเทศที่มีชายแดนติดกับจีน โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อผลิตอาหารทะเลแปรรูปเพื่อส่งออก

สถิตินำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารทะเลของจีน การนำเข้าส่วนใหญ่ นำเข้าวัตถุดิบเพื่อผลิตสินค้าส่งออก ปัจจุบัน จีนนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารทะเลประมาณ 60% เป็นปลาแช่แข็ง ขณะที่ส่งออกประมาณ 40% เป็นปลาแปรรูป และเนื้อปลาบด

ปัจจุบัน บริษัทต่างประเทศสนใจเข้าไปขยายการลงทุนธุรกิจอาหารทะเลในจีน เนื่องจากจีนมีต้นทุนผลิตต่ำ เมื่อเทียบกับหลายประเทศ จึงเหมาะจะเป็นแหล่งลงทุนธุรกิจอาหารทะเลเพื่อส่งออก

และเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง ทำให้การผลิต มีตลาดในประเทศรองรับ เมืองชายฝั่งน่าสนใจเข้าไปตั้งโรงงานผลิตอาหารทะเล และมีโอกาสขยายตลาดอาหารทะเล คือ ต้าเหลียน (Dalian) และชิงเต่า (Qingdao)

จากเดิม ธุรกิจอาหารทะเลสนใจเฉพาะผู้บริโภคในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางเจา เนื่องจากทั้ง 2 เมืองนี้ รายได้อยู่ในเกณฑ์สูง และคุ้นเคยกับการบริโภคอาหารทะเล

ส่งออกอาหารทะเลไปจีน : ปัจจัยหนุน…โอกาสขยายตลาดสูง
แม้จีนจะเป็นผู้ผลิตอาหารทะเลมากที่สุดในโลก ยังเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเล แต่จีนยังต้องการนำเข้าสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ปัจจัยหนุนสำคัญ ดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค กลุ่มคนรุ่นใหม่ของจีน เป็นตลาดสำคัญของอาหารทะเลนำเข้า เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้ เห็นว่าอาหารทะเลนำเข้า ต่างจากอาหารทะเลที่ผลิตได้ในประเทศ ทั้งความหลากหลายของประเภท และรสชาติ

เป็นโอกาสของผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ที่ไม่สามารถผลิตได้ในจีน ส่วนใหญ่ เป็นสินค้าที่ราคาอยู่ในเกณฑ์สูง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ยังไม่มีการแยกสัดส่วนชัดเจน ระหว่างผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่จีนนำเข้า เพื่อป้อนโรงงานอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารทะเลในประเทศ และผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเพื่อบริโภคโดยตรง

ข้อมูลนี้ จะเป็นประโยชน์มาก ในการเจาะขยายตลาด เนื่องจากโอกาสขยายตลาดผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ยังมีอีกมาก โดยเฉพาะอาหารทะเลกระป๋อง เนื่องจากการเติบโตของพฤติกรรมการบริโภคอาหารสไตล์ตะวันตก

2. ปัจจัยเอื้อนโยบายรัฐบาลจีน ราคาเป็นปัจจัยสำคัญมากในการตัดสินใจซื้ออาหารทะเลของกลุ่มคนจีนโดยทั่วไป นอกจากนี้ กลุ่มคนจีนที่มีอายุ นิยมซื้ออาหารทะเลจากตลาดสด ซึ่งมีโอกาสน้อยมาก ที่จะทราบที่มาของอาหารทะเลเหล่านี้

อาหารทะเลที่จำหน่ายส่วนใหญ่ ยังมีชีวิต ซึ่งโดยทั่วไป คนจีนนิยมซื้ออาหารทะเลเป็นๆ ซึ่งเมื่ออาหารทะเลเป็นๆ ราคาแพงขึ้น เนื่องจากนโยบายรัฐบาล จำกัดปริมาณจับสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ อาหารทะเลแช่แข็ง จึงเป็นทางเลือกน่าสนใจมากขึ้น รองลงไป คืออาหารทะเลกระป๋อง และอาหารทะเลตากแห้ง โดยเฉพาะปลาหมึกตากแห้ง เป็นของขบเคี้ยวที่นิยมมากในกลุ่มคนจีน

อย่างไรก็ตาม อาหารทะเลนำเข้าที่มีโอกาสขยายตลาดในจีน ต้องเป็นอาหารทะเลที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภคของคนจีน กล่าวคือ คนจีนนิยมบริโภคหัวปลาและพุงปลา ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ไม่เป็นที่นิยมบริโภค และจำหน่ายในราคาต่ำมากในประเทศตะวันตก

ส่วนขนาดปลาที่เป็นที่นิยมในตลาดจีน ควรจะมีน้ำหนักประมาณ 200-500 กรัมต่อตัว ยังมีหัวและหางอยู่ครบ เนื่องจากปลาขนาดนี้ เหมาะสำหรับนำไปนึ่ง ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมของคนจีน

3. การแข่งขันของผลิตภัณฑ์อาหารทะเลนำเข้า ยังไม่สูงนัก ปัจจุบัน อาหารทะเลนำเข้าของจีน ยังไม่มีประเทศใดเป็นผู้นำตลาดชัดเจน และความต้องการอาหารทะเลของจีน หลากหลาย

ประเทศสำคัญที่ส่งออกอาหารทะเลไปจีน คือ รัสเซีย เกาหลีเหนือ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น แคนาดา และนอร์เว อย่างไรก็ตาม อาหารทะเลที่ส่งออกจากประเทศแถบเอเชีย มีความสามารถแข่งขันขยายตลาดในจีนได้ดีกว่า เนื่องจากราคาที่ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ เมื่อเทียบกับอาหารทะเลจากประเทศตะวันตก

4. การเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก เดิม อาหารทะเลนำเข้าในตลาดจีน ราคาสูงเมื่อเทียบกับอาหารทะเลที่ผลิตในประเทศ เนื่องจากต้นทุนนำเข้าสูง โดยเฉพาะภาษีนำเข้า โดยผู้บริโภคอาหารทะเลนำเข้าส่วนใหญ่ จะเป็นกลุ่มผู้มีรายได้สูง

ดังนั้น แหล่งจำหน่ายอาหารทะเลนำเข้า ยังจำกัดอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ ที่เป็นแหล่งจับจ่ายของผู้มีรายได้สูง ภัตตาคาร และโรงแรม ดังนั้น ประเทศผู้ส่งออกอาหารทะเล พยายามหาทางลดภาระภาษี โดยส่งผ่านฮ่องกง

สถิตินำเข้าอาหารทะเลของจีน น่าจะต่ำกว่าความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม เมื่อจีนเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก และมีภาระผูกพัน ต้องลดภาษีนำเข้าอาหารทะเล โดยกำหนดว่า จะลดภาษีนำเข้าเหลือ 0% ปี 2550

ทำให้ตลาดอาหารทะเลของจีน แนวโน้มขยายตัวมาก โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลาง ที่มีรายได้ค่อนข้างสูง เนื่องจากราคาอาหารทะเลนำเข้าของจีน แนวโน้มลดลง จากผลการเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก

สรุป
จีน เป็นตลาดน่าสนใจสำหรับผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลของไทย ปัจจัยหนุนเนื่อง ทั้งพฤติกรรมคนจีน ที่เปลี่ยนจากการบริโภคอาหารทะเลเป็นๆ หันมายอมรับอาหารทะเลแช่แข็ง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป มากขึ้น รวมทั้งการที่จีนเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก ทำให้จีนต้องลดภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ซึ่งเคยเป็นอุปสรรคสำคัญ ทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลนำเข้าในตลาดจีน ราคาแพง

ดังนั้น อนาคต ราคาผลิตภัณฑ์อาหารทะเลนำเข้าในจีน แนวโน้มถูกลง ตลาดจะขยายตัวลง จากที่เคยจำกัดเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้สูง มาที่กลุ่มผู้มีรายได้ระดับกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ ผลักดันผลิตภัณฑ์อาหารทะเลนำเข้าของจีน แนวโน้มเติบโตอย่างมาก
กำลังโหลดความคิดเห็น...