'เสี่ยวหมี่(Xiaomi)' บริษัทเทคโนโลยีและผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติจีน นำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 2 ตัวมาปฏิบัติงานเต็มกะเป็นเวลา 8 ชั่วโมงในสายการผลิตที่โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท พร้อมทั้งเผยแพร่ภาพการปฏิบัติงานดังกล่าว เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าหุ่นยนต์เหล่านี้สามารถทำงานได้สอดคล้องกับตารางการผลิตจริงในโรงงาน และไม่ได้เป็นเพียงการสาธิตการทำงานในช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น
บริษัทระบุว่าการทดลองครั้งนี้ ซึ่งเปิดเผยเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ถือเป็นบทพิสูจน์เบื้องต้น ว่าสามารถนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไปใช้งานในสายการผลิตจริงได้จริง หุ่นยนต์ดังกล่าวได้รับมอบหมายให้คัดแยกชิ้นส่วนฝาครอบด้านข้างสำหรับคอนโซลกลาง ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ระหว่างที่นั่งคนขับและที่นั่งผู้โดยสารภายในรถยนต์ จากนั้นจึงนำชิ้นส่วนเหล่านั้นไปวางไว้ในตำแหน่งที่กำหนดไว้
ระหว่างกะการทำงาน หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สามารถตรวจพบความผิดปกติต่างๆด้วยตนเองและแก้ไขให้มันถูกต้อง เชื่อมต่อเข้ากับระบบต่างๆของสายการผลิตเพื่อดำเนินการทำงานต่อไป นอกจากนี้แล้วมันยังประสานงานร่วมกับหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ((AMRs) ในการเคลื่อนย้ายและจัดการชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งเป็นการทดสอบว่าชิ้นส่วนเหล่านั้นสามารถเข้าสู่กระบวนการทำงานที่มีอยู่เดิมภายในโรงงานได้หรือไม่
การทดสอบนี้ต่อยอดมาจากการตรวจสอบตามขั้นตอนต่างๆ ณ โรงงานผลิตรถยนต์ โดยเมื่อเดือนกรกฏาคม ทาง เสี่ยวหมี่ เผยว่าหุ่นยนต์ของบริษัทมีอัตราความสำเร็จในการทำงานสูงถึง 98% ในกระบวนการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการประกอบชิ้นส่วนแบบมีเกลียว และนับตั้งแต่นั้น ได้มีการขยายขอบเขตงานให้กว้างขึ้น รวมถึงการคัดแยกฝาครอบด้านข้างคอนโซลกลาง และการพับกล่องชิ้นส่วน
อย่างไรก็ตามมีสิ่งต่างที่การทดสอบ ซึ่งครอบคลุมระยะเวลา8 ชั่วโมง ไม่ได้เปิดเผยออกมา ได้แก่ อัตราความสำเร็จที่แน่ชัดตลอดช่วงเวลาการทำงานทั้งหมด ปริมาณผลผลิตที่ได้ หรือจำนวนครั้งที่มนุษย์จำเป็นต้องเข้ามาแทรกแซงการทำงาน ช่องว่างเหล่านั้นยังคงทิ้งคำถามไว้ว่า หุ่นยนต์มีความพร้อมเพียงใดสำหรับการทำงานด้านการผลิตอย่างต่อเนื่องโดยปราศจากการกำกับดูแลของมนุษย์
ทั้งนี้ เสี่ยวหมี่ ยังได้ทดสอบเครื่องจักรเหล่านี้ในสภาพแวดล้อมแบบครัวเรือนอีกด้วย ณ อพาร์ทเมนท์เล็กๆแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่พักของพนักงานบริษัท หุ่นยนต์ตัวหนึ่งเคลื่อนที่ผ่านห้อง 3 ห้องและปฏิบัติภารกิจมากกว่า 50 อย่าง โดยใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที ในนั้นรวมถึงจัดระเบียบโต๊ะและโซฟา เก็บขยะ การคัดแยกและจัดระเบียบสิ่งของ รวมถึงดำเนินการตรวจสอบภายในอาคาร
ภารกิจดังกล่าวถูกมอบหมายให้กับ Xiaomi Robotics-1 ต้นแบบหุ่นยนต์พื้นฐานไอเอของบริษัท ระบบนี้ใช้เทคโนโลยีแบบครบวงที่ผสานการรับรู้ทางสายตา ความเข้าใจภาษาและการกระทำ(VLA) ซึ่งช่วยให้หุ่นยนต์สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัวผ่านกล้อง ตีความคำสั่งที่ได้รับฟัง และสร้างการเคลื่อนไหวได้ ทาง เสี่ยวหมี่ เผยว่าพวกเขาใช้ข้อมูลมากกว่า 100,000 ชั่วโมง ที่รวบรวมระหว่างการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกับวัตถุจริง ในการฝึกหุ่นยนต์ต้นแบบนี้
สำหรับบรรดาผู้ผลิต ความสำคัญของการทดสอบนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัววิดีโอ แต่กลับอยู่ที่ช่วงการทำงานมากกว่า ระยะเวลาการทำงาน 8 ชั่วโมงเท่ากับกะการทำงานมาตรฐานของมนุษย์ ถ้าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สามารถรักษาตารางเวลาดังกล่าวได้ด้วยความแม่นยำที่ยอมรับได้ มันจะกลายเป็นผู้ท้าชิงสำหรับงานประเภทการคัดแยกและการจัดการซ้ำๆ ซึ่งในปัจจุบันยังคงต้องอาศัยแรงงานคนอยู่
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ดังกล่าวครอบคลุมเพียงกระบวนการคัดแยกชิ้นส่วนเท่านั้น ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทดแทนพนักงานฝ่ายผลิตที่ต้องรับผิดชอบงานหลากหลายรูปแบบได้ทั้งหมด การขยายขอบเขตการใช้งานในวงกว้างขึ้นนั้น จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ความแม่นยำในการปฏิบัติงาน ต้นทุนการบำรุงรักษา และเสถียรภาพในการใช้งานระยะยาว ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทาง เสี่ยวหมี่ ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะในขณะนี้
(ที่มา:biggofinance)


