xs
xsm
sm
md
lg

IN PICS “ฉันฝ่านรกออกมาได้” เหยื่อตรอกมรณะ ‘อิแทวอน’ เล่าฉากระทึก ‘ฮาโลวีนแตก’ ข้าง ร.ร.แฮมิลตัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เจ้าหน้าที่การแพทย์ฉุกเฉินและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งให้การรักษาเบื้องต้นด้วยการทำซีพีอาร์แก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่มีอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน เนื่องจากการประสบเหตุจลาจลในตรอกฮาโลวีนแตกที่ย่านอิแทวอน ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อคืน 29 ตุลาคม 2022 ทั้งนี้ เหยื่อจากเหตุจลาจลจำนวนมากอยู่ในชุดคอสตูมของเทศกาลฮาโลวีน แต่เสื้อผ้าแฟนซีแสนสนุกเหล่านี้ฉีกขาดและเปื้อนเลือดยับเยิน
นักเที่ยวปาร์ตีฮาโลวีนหลายคนจำไม่ได้ว่า เอาชีวิตรอดได้อย่างไรจากใต้กองมนุษย์ซึ่งทับถมพะเนินสูงขึ้นไปรวมกันหลายร้อยชีวิต ภายในตรอกแคบๆ ขนาดเพียง 4 เมตรซึ่งเทลาดจากปลายหนึ่งไปสู่อีกปลายหนึ่งแบบทางเดินเชิงเขาราว 20-30 องศา ข้างโรงแรมแฮมิลตัน โซล อิแทวอน ก่อนจะทอดตัวถึงท้ายตรอกซึ่งสามารถไปสู่ประตูเข้า-ออกหมายเลข 2 ของสถานีรถไฟใต้ดินอิแทวอนในระยะไม่กี่เมตร

เพราะอิแทวอนคือแหล่งของชีวิตราตรียอดนิยมที่สุดแล้วในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ถนนสายหลักทั้งฝั่งปากตรอกและฝั่งท้ายตรอกมรณะแห่งนี้ จึงแน่นขนัดด้วยผู้คนที่ไหลตามๆ กันมาหลายหมื่นราย จากจำนวนทั้งสิ้นกว่า 100,000 รายในย่านอิแทวอนทั้งหมด นักเที่ยวปาร์ตีฮาโลวีนเหล่านี้แห่กันเข้าไปร่วมเทศกาลฮาโลวีน 2022 เมื่อคืนวันเสาร์ 29 ตุลาคม ด้วยหมายใจที่จะไปจะสนุกสุดเหวี่ยงหลังจากโรคระบาดโควิด 19 ทำให้ไม่ได้สนุกสนานมาหลายปี

ในความแน่นขนัดจอแจ ณ เวลาก่อนจะ 22 นาฬิกาที่หายนะภัยอุบัติขึ้นนั้น นักเที่ยวปาร์ตีฮาโลวีนหลายพันรายเดินสวนกันซึ่งบ้างก็จะเข้าและบ้างก็จะออกจากตรอกแห่งนี้พร้อมกัน 3 กระแส โดย 2 กระแสแรกคือคนจำนวนมหาศาลที่ไหลเข้าสู่ ‘ตรอกฮาโลวีแตก’ จากทางด้านซ้ายและทางด้านขวาของถนนหลักสายหมายเลข 27 เพื่อจะทะลุตรอกไปสู่สถานีรถไฟใต้ดินอิแทวอน ในอันที่จะเดินทางกลับบ้าน ในขณะที่ คนจำนวนมหาศาลจากถนนคู่ขนานทางทางปลายตรอก ก็ไหลเข้าไปในตรอกเป็นกระแสที่ 3 โดยจะทะลุตรอกนี้ไปหาความสำราญตามผับและบาร์ทั้งปวง

ด้วยความที่ปริมาณนักเที่ยวปาร์ตีฮาโลวีนจำนวนหลายร้อยหลายพันรายไหลเข้าไปในตรอกแบบสวนทางกัน แต่ไม่สามารถเคลื่อนพ้นออกจากแนวตรอกได้ เพราะถนนหลักทั้งฝั่งปากตรอกและท้ายตรอกก็หนาแน่นจอแจยากแก่การที่จะเบียดแย่งพื้นที่เดินได้ การจราจรของนักเที่ยวจึงติดขัดและนิ่งสนิทเป็นส่วนใหญ่ โดยที่ว่า มากกว่าหนึ่งชั่วโมงนับจากก่อนเวลา 21 นาฬิกาจรดจนถึงใกล้เวลา 22 นาฬิกา ผู้คนมากว่าหนึ่งพันรายที่เบียดเสียดแน่นขนัดอยู่ภายในตรอกยังไม่สามารถผ่านทะลุตรอกได้

และแล้ว กลุ่มคนหัวร้อนและดุดันในวัฒนธรรมบู๊เลือดพล่านแบบชาวโสมขาว เริ่มทำการผลักทุกคนที่ขวางทางให้ล้มลง โดยหมายว่าพวกเขาจะได้สามารถเดินย่ำฝ่าทะลุตรอกได้สำเร็จ

แต่เรื่องราวมิได้ง่ายดายดั่งใจคิด และโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของประเทศเกาหลีใต้จึงเกิดขึ้น โดยมีชีวิตผู้คนอย่างน้อย 154 รายเป็นเครื่องสังเวย

ผู้เสียชีวิตจากเหตุผลักกันในตรอกที่แออัดด้วยฝูงชนหลายร้อยชีวิต จนกระทั่งว่าคนทั้งหลายล้มระเนระนาดทับกันเป็นกองพะเนิน ผู้ที่ร่วงล้มอยู่ด้านล่างถูกกดทับจากน้ำหนักที่ทับอยู่ด้านบนรวมหลายร้อยกิโลกรัม ส่งผลให้ขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันเป็นจำนวนมาก

แผนภาพแสดงจุดซึ่งเป็น ‘ตรอกฮาโลวีนมรณะ’ ที่บีบีซีจัดทำขึ้น โดยมีการนำเสนอในกรอบสีเหลืองว่า คลื่นมหาชนหลั่งไหลมาจาก 3 ทิศทาง คือ ทางด้านซ้ายและทางด้านขวาของถนนหลักสาย 27 (Itaewon-ro 27 ga-gil  ทั้งนี้ ฝูงชนพากันไหลเข้าสู่ตรอกนี้ เพื่อทะลุตรอกไปสู่สถานีรถไฟใต้ดินอิแทวอน และเดินทางกลับบ้าน) ส่วนทิศทางที่ 3 คือ คนจำนวนมหาศาลจากถนนคู่ขนานกับถนนหลักสาย 27 หรือก็คือ ถนนที่ผ่านหน้าสถานีรถไฟใต้ดินอิแทวอน (Itaewon station)  จะไหลเข้าไปในตรอก เพื่อจะทะลุตรอกนี้ไปหาความสำราญตามผับและบาร์ทั้งปวง  ทั้งนี้ จุดเกิดโศกนาฏกรรมฮาโลวีนเป็นตรอกแคบ (Narrow alley) และตามแผนผังของ Channelnewsasia ตรอกนี้มีแลนด์มาร์กสำคัญคือ โรงแรมแฮมิลตัน ซึ่งอยู่ติดกับตรอก

ทางเดินของตรอกมรณะมีลักษณะเป็นทางลาด ละม้ายทางลาดเชิงเขา อีกทั้งเป็นตรอกแคบด้วยขนาดเพียง 4 เมตร

ผู้คนเบียดเสียดแน่นขนัดในตรอกฮาโลวีนมรณะของย่านอิแทวอนในคืน 29 ตุลาคม 2022 โดยทางขวาของภาพมีผับบาร์คึกคักสว่างไสวตลอดทาง ภาพบานนี้ถ่ายไว้ก่อนเกิดเหตุจลาจลที่คร่าชีวิตผู้คนถึง 154 ราย
คนล้มระเนนเป็นโดมิโน หลังกลุ่มเด็กหนุ่มหัวร้อน ตะโกนบอกกันให้ผลักคนที่ขวางทาง “ผลักลงไปเลย”

สาวน้อย คิม โซจง นักเรียนมัธยมปลายวัย 17 ปีในชุดแฟนซีผีกี่เพ้าจีน เป็นนักเที่ยวปาร์ตีฮาโลวีนซึ่งไหลตามคลื่นมหาชนกระแสที่ 3 และเธอเป็นคนหนึ่งในกองมนุษย์ที่ล้มระเนนและถูกทับถมอยู่ในตรอกฮาโลวีนมรณะ แต่บุญรักษา เธอรักษาลมหายใจไว้ได้ตลอดเวลาหลายสิบนาทีจนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือ

ทั้งนี้ เมื่อรอดตายแล้ว เธอเล่าผ่านโทรศัพท์มือถือ และให้สัมภาษณ์แก่นักข่าวว่า ตรอกมรณะซึ่งอยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินอิแทวอน แน่นเอี้ยดเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ประมาณ 20.00 นาฬิกา โดยในตรอกแคบแห่งนั้นมีผู้คนอัดกันเข้าไปจนไม่สามารถเดินเคลื่อนไปข้างหน้าได้เลย

“หนูกับเพื่อนๆ ติดอยู่ในนั้นชั่วโมงกว่า พวกเราเลยชวนกันหันหลังกลับ คิดว่าจะกลับบ้าน แต่เราก็ขยับออกไปทางทิศนั้นไม่ได้เช่นกัน ตอนนั้นเริ่มมีพวกคนที่ยืนออด้านหลังพวกหนูถูกผลักๆๆ ขึ้นไป แล้วหนูเห็นพวกที่อยู่ไปทางด้านหน้าๆ ของหนูถูกผลักล้มลงไปตามทางเดินของตรอกซึ่งเป็นแบบทางลาดลงเขา” นิวยอร์กไทมส์รายงานอย่างนั้น และรายงานต่อไปว่า

หลังจากนั้น มีกลุ่มชายหนุ่มตะโกนว่า “ผลักลงไป! ผลักลงไปเลย! แล้วพวกเขาก็ช่วยกันผลักใครต่อใครสุดแรง จนพากันเสียหลักล้มระเนนไปตามทางเดินอันลาดลงต่ำเหมือนทางลาดเชิงเขา

“แรงกระแทกจากตรงนั้นทำให้คนที่เบียดอยู่ข้างหน้าหนูเสียหลักและล้ม เลยดันให้หนูล้มไปด้วย คนอื่นๆ ข้างหลังหนูพากันล้มร่วงกราวลงไปหมดเหมือนแท่งโดมิโนล้มต่อๆ กันทั้งแพเลยค่ะ”
สาวน้อยคิม โซจง เล่าอย่างนั้น และบอกด้วยว่า

“มีใครต่อใครกองอยู่ข้างใต้ตัวหนู แล้วก็มีคนอีกเยอะมากล้มทับหนูสุมกันขึ้นไป หนูหายใจแทบไม่ได้ ทุกคนพากันร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ดนตรีของพวกผับบาร์ในตรอกเสียงดังสนั่น กลบเสียงของพวกเราหมดเลย”

นอกจากจะเกิดการเบียดบดล้มกองทับกันอย่างหนัก ยังมีคนบางส่วนที่ไม่ได้เสียหลักล้มแต่พวกเขาแตกตื่นและตะกายวิ่งออกจากพื้นที่แห่งความตาย นอกจากนั้นพวกที่สามารถลุกขึ้นจากกองพะเนินของร่างกายมนุษย์ ก็พากันตะกายก้าวเหยียบย่ำไปบนร่างกายของบรรดาผู้ที่ล้มระเนนระนาดทั้งหลาย

“มันเหมือนหลุมศพฝังรวมของศพมนุษย์ที่ก่ายทับกันเป็นกองพะเนิน ดิฉันเห็นบางคนค่อยๆ หมดสติ และหลายๆ คนคงจะสิ้นใจไปแล้ว” ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็นสตรีในวัยยี่สิบต้นๆ เล่าพลางสะอื้นกับผู้สื่อข่าวยอนฮับ สำนักข่าวของทางการเกาหลีใต้

เหยื่อจากเหตุจลาจลถูกช่วยออกมาจากตรอกฮาโลวีนแตก และนำไปพักบนพื้นริมถนน โดยมีกว่า 100 รายที่ต้องรีบทำซีพีอาร์เพื่อรักษาชีวิต  กระนั้นก็ตาม พยาบาลคิม มีซุง กล่าวกับเอพีว่า ผู้ที่เธอทำซีพีอาร์ให้ ล้วนแต่มาถึงมือเธอในอาการสาหัส และ 90% ลงเอยว่าไม่รอด

รถฉุกเฉินและหน่วยกู้ภัยจำนวนมากรุดไปยังถนนด้านท้ายตรอกฮาโลวีนมรณะ ใกล้กับประตูหมายเลข 2 ของสถานีรถไฟใต้ดินอิแทวอน ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าภาพเหตุการณ์แถวนั้นเหมือนฝันร้าย โดยเต็มไปด้วยการทำซีพีอาร์ให้แก่เหยื่อที่ใกล้จะขาดใจตาย และมีการแบกร่างไร้วิญญาณไปยังรถฉุกเฉิน
ฝ่านรกรอดตายสำเร็จ สาวใจเด็ดเหนี่ยวร่างที่ทับๆๆ อยู่ด้านบน แล้วตะกายลุกขึ้น และลุยพ้น ‘ตรอกฮาโลวีแตก’

“ฉันคิดว่าฉันจวนจะขาดใจตายแล้ว” คุณผู้หญิงรายหนึ่งทวิตขึ้นไปแชร์นาทีชีวิตให้เพื่อนๆ ทราบ หลังจากที่ไฝ้วกับมัจจุราช จนพ้นออกจากกองพะเนินของร่างกายเพื่อนร่วมชะตากรรมนับร้อยร่าง และฟันฝ่านรกบนดิน รอดพ้นความตายได้สำเร็จ

“ตัวทั้งตัวติดค้างอยู่ในท่ามกลางร่างกายของคนอื่นๆ ส่วนพวกคนตรงผับบาร์บนชั้นดาดฟ้าแห่กันมาชะโงกมองพวกเรา และเอาแต่ถ่ายคลิป ฉันเตือนตัวเองว่าฉันต้องตายแน่ถ้าฉันส่งเสียงร้อง ฉันจึงเหยียดมือออกไปเหนี่ยวร่างของใครๆ ที่กองอยู่เหนือตัวฉัน แล้วในที่สุด ก็ตะกายพ้นออกมา” เอพีนำทวิตของคุณผู้หญิงใจเด็ดแห่งแดนโสมขาวรายนี้มารายงาน

มันเป็นฝันร้ายของนักเที่ยวปาร์ตีฮาโลวีน เหยื่อแห่งความโกลาหลที่กองพะเนินในตรอกมรณะ ซึ่งมีจำนวนมากมายหลายร้อยราย คนที่ล้มและถูกทับต่อเนื่องมาถึงท้ายตรอกซึ่งติดกับถนนใหญ่ใกล้ทางเข้าออกสถานีรถไฟฟ้าอิแทวอน เป็นส่วนหนึ่งของผู้ที่บาดเจ็บหนักสาหัส แต่ก็ได้ถึงมือทีมกู้ภัยและคณะเจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาล แนวถนนด้านนี้จึงเต็มไปด้วยร่างของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งถูกช่วยออกมาจากพื้นที่เกิดเหตุและรับความช่วยเหลือก่อน

โดยภาพรวมแล้ว ทีมกู้ภัยใช้เวลานานประมาณ 15 นาทีกว่าจะมาถึงพื้นที่หายนะ เพราะต้องฝ่าการจราจรอันคับคั่งเข้าไปได้ และใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในการช่วยเหลือเหยื่อฮาโลวีนแตกหลายร้อยคนได้ทั้งหมด เหยื่อหลายร้อยที่สลบหรือบาดเจ็บบางส่วนต้องรอคอยกันหลายสิบนาที โดยมีจำนวนหนึ่งที่รอความช่วยเหลือนาน 40 นาที ทั้งนี้ มีกว่าร้อยคนที่ได้รับบาดเจ็บหรือล้มอยู่ด้านล่างๆ ของกองหายนะ และขาดอากาศหายใจ

เอพีรายงานด้วยว่าบนถนนสายนั้น ทีมปฐมพยาบาลเร่งทำซีพีอาร์ปั๊มหัวใจและผายปอดแก่บรรดาเหยื่อ ในท่ามกลางเสียงดนตรีเต้นรำดังอึกทึกรอบด้าน

พยาบาลคิม มีซุง กล่าวกับเอพีว่า ผู้ที่ได้รับซีพีอาร์จากเธอมาถึงมือเธอในอาการสาหัส โดย 90% ลงเอยว่าไม่รอด เธอบอกว่ามีเยอะรายมากเลยที่มีอาการเลือดทะลักออกทางจมูกและปาก และส่วนใหญ่อยู่ในชุดคอสตูมฮาโลวีน เช่น ชุดแม่มด ซึ่งชุดเหล่านี้ทำให้ร่างกายบอบช้ำมากขึ้น เพราะหน้ากากฮาโลวีนปิดกั้นช่องทางหายใจ

นักเที่ยวปาร์ตีฮาโลวีนสวมชุดตัวการ์ตูนแบบที่จัดเต็มสุดความสามารถ โดยจะไปอวดเสื้อผ้าหน้าผมและลีลาสนุกๆ กันตามท้องถนน

ฮาโลวีนที่เล่นกันในดินแดนโสมขาว ไม่ค่อยจะมีเด็กๆ ไปเดินเคาะประตูเพื่อนบ้านและร้องว่า Trick-or-Treat เพราะเทศกาลนี้เป็นความรื่นเริงของผู้ใหญ่อายุน้อย ซึ่งจะสวมคอสตูมของฮาโลวีนและออกไปเที่ยวผับบาร์อย่างครื้นเครง  เอพีรายงานว่าการเล่นเทศกาลฮาโลวีนในเกาหลีใต้เพิ่งจะฮิตสนั่นกันในช่วงไม่กี่ปีมานี้
ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยระดมกำลังออกไปอุ้ม-แบกร่างเหยื่อที่สลบและบาดเจ็บ ให้พ้นออกจากพื้นที่วิกฤต และให้ได้รับการรักษาพยาบาลเบื้องต้น

“เราติดอยู่ด้วยกันหลายคน เราขยับตัวไม่ได้เลย แม้แต่จะหยิบโทรศัพท์แจ้งสถานการณ์ของพวกเรา” ผู้รอดตายรายหนึ่งซึ่งมีนามสกุลว่า ลี เล่าอย่างนั้น และบอกว่า “เราไม่รู้จักกัน แต่เราพูดหารือและให้กำลังใจกันอย่างเหนียวแน่น แล้วพวกเราจับมือกัน และเปล่งเสียงเป็นกำลังใจให้แก่กันและกันเป็นระยะๆ ว่า พวกเราต้องรอด” เอพีรายงาน

แท็กติกนี้ชาญฉลาดอย่างยิ่ง นอกจากจะเป็นการปลุกกำลังใจแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้ผู้ที่อาการหนักได้รู้สึกตัวและประคองลมหายใจไว้ขณะที่ความช่วยเหลือยังเข้าไปไม่ถึง ยิ่งกว่านั้น เสียงที่ดังออกไปจะถึงหูของทีมกู้ภัยให้ทราบว่ามีผู้รอดชีวิตกลุ่มหนึ่งติดอยู่ตรงไหนภายใต้ผู้เสียชีวิต ผู้ที่หมดสติ และผู้บาดเจ็บหลายร้อยราย

หนุ่มตระกูล กง บอกกับยอนฮับว่าตัวเขากับเพื่อนๆ หลบออกจากหายนะที่ผู้คนเริ่มผลักกันไปมารุนแรง โดยก่อนจะถึงวินาทีที่คลื่นมนุษย์ล้มทับกันเป็นแท่งโดมิโนล้มเกลื่อนนั้น พวกเขาผลุบเข้าไปในบาร์โดยที่การ์ดประจำร้านยังไม่ทันออกมาล็อกประตู และจึงได้เห็นคนล้มทับกันตายเหมือนใบไม้ร่วง

หนุ่มฉอย พนักงานบริษัทวัย 27 ปี เล่าว่าตอนที่จ่ายเงินและออกจากบาร์ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินอิแทวอน ด้านนอกตรอกมรณะ ทีมตำรวจ ตลอดจนหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่การแพทย์ฉุกเฉินมาถึงได้สักครู่แล้ว

“เหมือนพื้นที่สงครามครับ” คุณฉอยให้สัมภาษณ์เอพี เขาบอกว่าได้เห็นศพเรียงรายบนพื้นถนนสิบกว่าศพด้านหน้าภัตตาคารร้านเคบับตุรกี โดยมีแผ่นผ้าใบสีฟ้าคลุมไว้

“ดูราวกับว่าพวกเขาหลับ ดวงตาปิด ปากอ้า พวกเขาเหมือนหุ่นน่ะครับ” หนุ่มฉอยกล่าวในอารมณ์สะเทือนใจ

มีนักเที่ยวปาร์ตีฮาโลวีนจำนวนมากที่ประสบเหตุหายนะในตรอกข้างโรงแรมแฮมิลตัน และถูกช่วยออกจากตรอกมรณะอิแทวอนในอาการหมดสติ ต้องได้รับการกระตุ้นหัวใจและการทำซีพีอาร์บนพื้นถนน แต่ทว่า พวกเขาส่วนใหญ่ไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ และกลายเป็นหนึ่งใน 154 รายที่เสียชีวิต
โดนทับด้วย นน. 500 – 5,000 กก. จึงขาดอากาศหายใจ และเหยื่ออิแทวอนกว่า 100 ราย มีอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

“หากดูจากคลิปวิดีโอ จะเห็นผู้คนล้มทับกันเป็นกองสูง จึงเป็นไปได้ว่าผู้เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจนั้น ถูกกดดันที่ช่วงอก” โร ยังซุน แห่งแผนกการแพทย์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโซล เนชันแนล ยูนิเวอร์ซิตี ให้สัมภาษณ์ดังกล่าวกับเว็บไซต์ข่าวจุงอัง อิลโบ

ทั้งนี้ เมื่อคำนวณคร่าวๆ ว่าบรรดาผู้ที่ล้มและถูกคนอื่นหลายร้อยรายล้มทับเต็มไปหมด อาจถูกกดด้วยน้ำหนักรวมประมาณ 500 – 5,000 กิโลกรัม ดังนั้น รายที่สุขภาพอ่อนแอที่สุดและตัวเล็กที่สุด มีโอกาสสูงมากที่จะถูกกดขยี้จนถึงแก่ความตายเมื่อสถานการณ์ย่ำแย่ถึงที่สุด นายกสมาคมผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยแห่งเกาหลี นามว่า ลี ซงคยู ชี้ปัญหาไว้อย่างนั้นสำหรับโศกนาฏกรรมฮาโลวีนที่อิแทวอน ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 154 ราย เป็นหญิง 98 ราย และชาย 56 ราย ขณะที่ยอดผู้บาดเจ็บสูงหลายร้อยราย โดยได้รับบาดเจ็บสาหัส 33 ราย เว็บไซต์ข่าวโคเรียจูงกัง เดลี รายงาน

เหยื่อแห่งโศกนาฏกรรมฮาโลวีนแห่งอิแทวอน ส่วนใหญ่อยู่ในวัย 20กว่าปี ถึง 30กว่าปี โดยผู้ตายที่เป็นชาวต่างชาติมีจำนวน 26 ราย จาก 14 ประเทศ ซึ่งหนึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นสตรีชาวไทย

ผู้คนที่หน่วยกู้ภัยช่วยออกมา มีอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันจำนวนกว่า 100 รายทีเดียว เว็บไซต์ข่าวออลเคป๊อปนำเสนอข่าวไว้อย่างนั้น

หน่วยกู้ภัยและทีมเจ้าหน้าที่การแพทย์ฉุกเฉินจำนวนมากพากันระดมกำลังไปช่วยเหยื่อของเหตุจลาจลในย่านอิแทวอน กระนั้นก็ตาม จำนวนผู้บาดเจ็บมีหลายร้อยราย เกินกำลังของเจ้าหน้าที่ ดังนั้น จึงมีการร้องถามประชาชนที่เฝ้ามองเหตุการณ์ว่ามีท่านใดทำซีพีอาร์ได้ ขอให้เข้ามาช่วย แต่ก็ไม่มีใครมีทักษะ ทั้งนี้ คุณพยาบาลบ่นกับนักข่าวว่าประชาชนเอาแต่ถ่ายภาพถ่ายคลิป ไม่มีใครก้าวเข้าไปช่วยเลย
ด้านสถาปนิกจากคอสตาริกา เคน ฟอลลาส ซึ่งมาทำงานในดินแดนโสมขาว 8 ปีแล้ว เล่าว่าอึ้งและเศร้าใจอย่างยิ่งขณะยืนดูปฏิบัติการลำเลียงนักเที่ยวปาร์ตีฮาโลวีนสิบกว่ารายซึ่งหมดสติ ออกจากตรอกมรณะอิแทวอนมาวางบนพื้นถนนเพื่อรับการรักษาพยาบาลเบื้องต้นจากหน่วยการแพทย์ฉุกเฉิน แต่ละคนสลบไสลอยู่ในชุดดาราการ์ตูนที่ฉีกขาด เอพีรายงานและเล่าเพิ่มเติมว่า

ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยร้องถามประชาชนที่ยืนดูเหตุการณ์ว่า มีท่านใดที่ทำซีพีอาร์ได้ไหม เพราะจำนวนผู้บาดเจ็บที่ต้องการความช่วยเหลือมีมากมายเกินกำลังของเจ้าหน้าที่

“ผมเห็นคนหนุ่มๆ สาวๆ หลายคนหัวเราะแปร่งปร่าง” สถาปนิกฟอลลาสกล่าวอย่างนั้น “ผมคิดว่าพวกเขาหัวเราะด้วยความกลัว เพราะการไปอยู่ต่อหน้าเหตุการณ์น่าสยดสยองอย่างนั้น ใครๆ ก็หวาดหวั่น ที่สำคัญคือ ไม่ใช่ทุกคนจะทราบวิธีทำซีพีอาร์ ซึ่งไม่มีการสอนหรือการฝึกอบรมกันในโรงเรียน” ฟอลลาสกล่าวอย่างปวดใจ

โดย รัศมี มีเรื่องเล่า

(ที่มา: เอพี เอเอฟพี บีบีซี นิวยอร์กไทมส์ สำนักข่าวยอนฮับ เว็บไซต์ข่าวโคเรียจูงกัง เดลี เว็บไซต์ข่าวจุงอัง อิลโบ เว็บไซต์ข่าวออลเคป๊อป)



กำลังโหลดความคิดเห็น