xs
xsm
sm
md
lg

‘อังกฤษ’ สั่งปิดสถานทูตในเกาหลีเหนือ หลังเปียงยางคุมเข้มคนเข้าเมืองสกัด ‘โควิด-19’

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเอฟพี - อังกฤษสั่งปิดสถานทูตและอพยพนักการทูตทั้งหมดออกจากเกาหลีเหนือเป็นการชั่วคราว หลังรัฐบาลเปียงยางยังคงใช้มาตรการคุมเข้มผู้เดินทางเข้าประเทศเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ทูตอังกฤษประจำเปียงยางเผยวันนี้ (28 พ.ค.)

เกาหลีเหนือได้สั่งปิดพรมแดนทั้งหมด และจนถึงตอนนี้ก็ยืนยันว่ายอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศยังคงเป็น “ศูนย์” หลังจากไวรัสเริ่มแพร่ระบาดในจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว และได้แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลกจนมีผู้ติดเชื้อรวมกันเกือบ 5.7 ล้านคน

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษยืนยันว่า การปิดสถานทูตในเกาหลีเหนือเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว เนื่องจากเปียงยาง “จำกัดการเดินทางเข้าประเทศ ซึ่งทำให้กระทรวงไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่ไปผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนปฏิบัติงานในสถานทูตได้ตามปกติ”

คอลิน ครุกส์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำเกาหลีเหนือ ได้ทวีตข้อความว่า “สถานทูตอังกฤษในเปียงยางจะปิดชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. ปี 2020 ซึ่งระหว่างนี้พนักงานสถานทูตทั้งหมดจะเดินทางออกจากเกาหลีเหนือ”

เว็บไซต์ข่าว NK News รายงานว่า นักการทูตอังกฤษได้ข้ามพรมแดนทางบกเข้าไปยังฝั่งจีนแล้วเมื่อวานนี้ (27) ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษยืนยันเจตนารมณ์ที่จะคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐโสมแดง “และจะส่งเจ้าหน้าที่กลับเข้าไปยังเปียงยางโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

ในช่วงที่ไวรัสแพร่ระบาดใหม่ๆ เกาหลีเหนือได้ใช้มาตรการกักกันโรคอย่างเข้มงวดทั้งกับพลเมืองและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ รวมถึงการสั่งให้บุคคลเหล่านี้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ซึ่งเอกอัครราชทูตรัสเซีย อเล็กซานเดอร์ มัตเซโกรา เคยออกมาบ่นว่าเป็นสิ่งที่ “น่าหดหู่ใจ” มาก

อย่างไรก็ตาม เปียงยางได้ผ่อนคลายกฎดังกล่าวลงมาบ้างแล้ว ขณะที่นักการทูตและชาวต่างชาติหลายสิบคนได้รับอนุญาตให้เดินทางออกจากเกาหลีเหนือในเดือน มี.ค. หลังจากที่มีการปิดสถานทูตหรือสำนักงานผู้แทน

ปัจจุบันยังคงมีชาวต่างชาติพำนักอยู่ในเกาหลีเหนือหลายร้อยคน

นักวิเคราะห์เชื่อว่าเกาหลีเหนือไม่น่าจะหลีกเลี่ยงการระบาดของโควิด-19 ไปได้อย่างที่อ้าง และระบบสาธารณสุขที่อ่อนแออาจจะรับไม่ไหวหากเกิดการแพร่ระบาดใหญ่
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...