xs
xsm
sm
md
lg

จีนฟื้นสัมพันธ์การทูต “เซาตูเม” หลังบีบให้เลิกคบ “ไต้หวัน” สำเร็จ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน และ เออร์บิโน โบเตลโฮ รัฐมนตรีต่างประเทศเซาตูเม ลงนามข้อตกลงรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต ณ เรือนรับรองแขกของรัฐบาลในกรุงปักกิ่ง (ภาพ - AP)
เอเอฟพี - รัฐบาลจีน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยเซาตูเมและปรินซิปี ลงนามข้อตกลงฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตในวันนี้ (26 ธ.ค.) หลังจากที่เกาะเล็กๆ ในแอฟริกาตะวันตก ประกาศตัดสัมพันธ์กับไต้หวันเมื่อไม่กี่วันก่อน

การเปลี่ยนจุดยืนของรัฐบาลเซาตูเมมีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างปักกิ่งกับไต้หวัน ซึ่งผู้นำจีนทุกยุคสมัยถือว่าเป็นเพียง “มณฑลทรยศ”

หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน และ เออร์บิโน โบเตลโฮ รัฐมนตรีต่างประเทศเซาตูเม ได้ลงนามในข้อตกลงรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต ณ เรือนรับรองแขกของรัฐบาล “เตี้ยวอี๋ว์ไถ” ในกรุงปักกิ่ง

“เราต้องยอมรับว่าจีนมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในเวทีโลก... และเราเองก็ต้องการแก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาดมาในอดีต” โบเตลโฮกล่าว

หวัง ได้ให้สัมภาษณ์หลังจากพิธีลงนามสิ้นสุดลงว่า รัฐบาลจีน “รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง” กับการตัดสินใจของเซาตูเม

“เรามีความยินดีที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยเซาตูเมและปรินซิปีให้การยอมรับต่อกระแสประวัติศาสตร์ มองความเป็นจริง และเห็นแก่ผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองชาติในระยะยาว”

เมื่อวันพุธที่แล้ว (21) ปักกิ่งได้แถลงชื่นชมที่เซาตูเมประกาศแยกทางกับไต้หวัน หลังจากที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตมาตั้งแต่ปี 1997

ไต้หวันเองก็ได้ออกมาแสดงความเสียใจ และประณาม “การตัดสินใจที่ไม่เป็นมิตรและหุนหันพลันแล่นของรัฐบาลเซาตูเม”

เดวิด ลี รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน ระบุว่า เซาตูเมเรียกร้องขอความช่วยเหลือทางการเงิน “ก้อนมหึมา” เพื่อแลกกับการคงความสัมพันธ์ทางการทูตไว้ ซึ่งรัฐบาลไทเปปฏิเสธ

การตีจากของเซาตูเมทำให้ไต้หวันเหลือพันธมิตรทางการทูตอยู่เพียง 21 ประเทศ รวมถึงนครรัฐวาติกัน

จีนและไต้หวันมีนโยบายกวาดต้อนพันธมิตรเข้าหาฝ่ายตนเองมานานหลายปีแล้ว โดยจะใช้วิธีมอบเงินช่วยเหลือแก่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่เรียกว่า “dollar diplomacy” หรือ “chequebook diplomacy” ทว่าเมื่อปี 2008 ทั้งสองฝ่ายได้เริ่มสงบศึกในทางการทูต และมีการลงนามข้อตกลงการค้าและเศรษฐกิจหลายฉบับภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่ว ซึ่งค่อนข้างเป็นมิตรกับปักกิ่ง

อย่างไรก็ตาม การก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำไต้หวันของ ไช่ อิงเหวิน จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party) เมื่อเดือน มี.ค. ได้สร้างความขุ่นเคืองอย่างยิ่งต่อปักกิ่ง และหลังจากนั้นเพียง 2 เดือนจีนได้หันไปคบค้าสมาคมกับแกมเบีย ซึ่งประกาศเลิกหนุนหลังไต้หวันแล้วเช่นกัน

ความบาดหมางระหว่างจีนและไต้หวันถูกโหมกระพือด้วยการที่ ไช่ ต่อโทรศัพท์ถึงมหาเศรษฐี โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่ออวยพรที่ชนะศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ มิหนำซ้ำ ทรัมป์ ยังออกมาขู่เป็นนัยๆ ว่าจะนำหลัก “จีนเดียว” มาเป็นเครื่องมือต่อรองให้ปักกิ่งยอมทำข้อตกลงการค้าที่สหรัฐฯ ได้ประโยชน์มากกว่าเดิม