xs
xsm
sm
md
lg

“ซักเคอร์เบิร์ก” บริจาค 3 พันล้านดอลล์ หนุนวิจัยสกัดทุกโรคร้ายภายในปี 2100

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

พริสซิลลา ชาน (ขวา) โอบกอดสามีของเธอ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ขณะแถลงข่าวทุ่มเงิน 3,000 ล้านดอลลาร์สนับสนุนการวิจัยทางการแพทย์ในช่วงทศวรรษหน้า เพื่อหาทาง “รักษา ป้องกัน หรือจัดการโรคทุกๆ ชนิดก่อนสิ้นศตวรรษนี้”  เมื่อวันพุธ (21 ก.ย.) ที่ซานฟรานซิสโก
เอเจนซีส์ - ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” และภรรยา “พริสซิลลา ชาน” ประกาศทุ่มเงิน 3,000 ล้านดอลลาร์ สนับสนุนการวิจัยทางการแพทย์ในช่วงทศวรรษหน้า เพื่อหาทาง “รักษา ป้องกัน หรือจัดการโรคทุก ๆ ชนิดก่อนสิ้นศตวรรษนี้”

ในงานแถลงข่าวที่ซานฟรานซิสโก วันพุธ (21 ก.ย.) ทั้งคู่เปิดเผยว่า กองทุนนี้จะสนับสนุนเงินทุนผ่านโครงการ “ชาน ซักเคอร์เบิร์ก อินิชิเอทีฟ” ที่ก่อตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม 2015

ซักเคอร์เบิร์ก ให้รายละเอียดว่า ปัจจุบันมีการใช้เงินในการรักษาผู้ป่วยมากกว่าการจัดการกับโรคที่อาจป้องกันการป่วยได้ตั้งแต่แรกถึง 50 เท่า ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง

เขายังระบุหลักการ 3 ข้อที่เป็นแนวทางในการลงทุนครั้งสำคัญนี้ ซึ่งได้แก่ การดึงนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรมาร่วมมือกัน การสร้างเครื่องมือและเทคโนโลยีที่จะส่งเสริมความก้าวหน้าในการวิจัย และการส่งเสริมความเคลื่อนไหวในการให้เงินสนับสนุนเงินทุนแก่วงการวิทยาศาสตร์ทั่วโลก

ชาน เสริมว่า พวกเขาสนับสนุนเงินไปแล้ว 600 ล้านดอลลาร์ ในการสร้างศูนย์วิจัยแห่งใหม่ที่ใช้ชื่อว่า ไบโอฮับ ที่จะนำวิศวกร นักวิทยาการคอมพิวเตอร์ นักชีววิทยา นักเคมี และผู้คิดค้นนวัตกรรมด้านอื่น ๆ มาทำงานร่วมกัน

ไบโอฮับจะดำเนินการในรูปศูนย์วิจัยอิสระในมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขต ซานฟรานซิสโก โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขต เบิร์กลีย์ และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

ในช่วงเริ่มต้นนั้น ไบโอฮับจะดำเนินการ 2 โครงการ คือ เซลล์ แอตลาส หรือแผนที่ที่จะอธิบายเซลล์ประเภทต่าง ๆ ที่ควบคุมอวัยวะสำคัญของร่างกาย และโครงการที่สอง อินเฟ็กเชียส ดีซีส อินิชิเอทีฟ ที่จะพยายามพัฒนาวิธีการทดสอบและวัคซีนใหม่ ๆ เพื่อจัดการกับเอชไอวี อีโบลา ซิกา และโรคใหม่อื่น ๆ

ซักเคอร์เบิร์ก คาดว่า ภายในปี 2100 อายุคาดหวังเฉลี่ยของคนเราจะมากกว่า 100 ปี และสำทับว่า อาจใช้เวลาอีกนานหลายปีกว่าที่กองทุนของพวกเขาจะนำไปสู่การสร้างวิธีการรักษาใหม่ ๆ และใช้เวลานานกว่านั้นในการนำวิธีการเหล่านั้นมาใช้กับผู้ป่วยได้จริง

ทางด้าน บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ และสนับสนุนเงินทุนในการวิจัยด้านสุขภาพเช่นเดียวกันโดยผ่านมูลนิธิบิล และ เมลินดา เกตส์ นั้น ได้ปรากฏตัวในงานแถลงข่าวคราวนี้ด้วยและยกย่อง ว่า แผนการของซักเคอร์เบิร์ก และ ชาน “กล้าหาญและทะเยอทะยานมาก และเป็นวิทยาศาสตร์แบบที่เราต้องการอย่างยิ่ง”

ซักเคอร์เบิร์ก และ ชาน ประกาศตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ไม่นานหลังจากลูกสาวของพวกเขาลืมตาดูโลก ว่า มีแผนบริจาคหุ้น 99% ในเฟซบุ๊กเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

องค์กรการกุศลของทั้งคู่ประกาศภารกิจในการลงทุนระยะยาวในการดำเนินการ เพื่อส่งเสริมศักยภาพของมนุษย์และส่งเสริมความเท่าเทียม โดยก่อนหน้านี้ มีการประกาศลงทุนในบริษัทดาวรุ่งที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับการศึกษา

ดร.เบธ บรีซ ผู้อำนวยการศูนย์เพื่อกิจกรรมการกุศลของมหาวิทยาลัยเคนต์ แสดงความเห็นว่า การดำเนินการกับโรคทั้งหมดของซักเคอร์เบิร์ก และ ชาน เป็น “ความทะเยอทะยานอย่างชัดเจน” ซึ่งสอดรับกับกระแสปัจจุบันในหมู่ผู้บริจาคกระเป๋าหนักที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคน และต้องการสนับสนุนเงินเพื่อป้องกันมากกว่าเพื่อการรักษา รวมทั้งมีแนวโน้มลงทุนในวัตถุประสงค์และองค์กรที่ตนเองเคยมีความเชื่อมโยงด้วยมาก่อน

กรณีนี้คือชานเป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก ซึ่งทำให้ทั้งคู่มีคนรู้จักที่ไว้ใจได้ที่จะนำเงินไปต่อยอดตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้

ปัจจุบันผู้นำในวงการเทคโนโลยีมากมาย หันมาสนใจโครงการด้านสุขภาพมากขึ้น โดยเมื่อต้นสัปดาห์ ไมโครซอฟท์ประกาศแผนสางปริศนาโรคมะเร็งด้วยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์

ดีปมายด์ในเครือกูเกิล กำลังร่วมกับระบบดูแลสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นเอชเอส) ของอังกฤษ ค้นหาวิธีใช้คอมพิวเตอร์เพื่อวินิจฉัยโรคอย่างแม่นยำขึ้น

ไอบีเอ็ม และสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (เอ็มไอที) ประกาศเมื่อต้นสัปดาห์ในการร่วมกันพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ที่จะช่วยให้แพทย์สามารถปรับปรุงวิธีการดูแลรักษาผู้ป่วยสูงวัยและผู้ทุพพลภาพอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น