xs
xsm
sm
md
lg

ตร.เบลเยียมล่าตัว “ชายสวมหมวก” ต้องสงสัยร่วมกับพวกอีก 2 บึ้มสนามบินบรัสเซลส์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ชายสวมหมวกซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยโจมตีสนามบินบรัสเซลส์ และกำลังถูกตำรวจเบลเยียมตามล่าตัว
รอยเตอร์ - ตำรวจเบลเยียมเริ่มปฏิบัติการไล่ล่าชายต้องสงสัยซึ่งคาดว่าจะเป็นสมาชิกกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) หลังกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพบุคคลคนนี้ไว้ได้พร้อมกับผู้ต้องสงสัยเป็นมือระเบิดอีก 2 ราย ก่อนจะเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่สนามบินนานาชาติซาเวนเท็มเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (22 มี.ค.) ซึ่งติดตามมาด้วยการโจมตีสถานีรถไฟใต้ดินใจกลางกรุงบรัสเซลส์ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 35 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 200 คน

กลุ่มติดอาวุธไอเอสซึ่งมีฐานในซีเรียได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุวินาศกรรมครั้งล่าสุดที่บรัสเซลส์ ซึ่งเกิดขึ้นเพียง 4 วัน หลังตำรวจเบลเยียมสามารถรวบตัว “ซาลาห์ อับเดสลาม” ผู้ต้องหาสำคัญที่อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีกรุงปารีสเมื่อปลายปีที่แล้ว

เหตุโจมตีครั้งนี้สร้างความหวาดผวาไปทั่วทั้งยุโรปและทั่วโลก และทำให้รัฐบาลหลายประเทศต้องเร่งทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยสนามบินและระบบขนส่งมวลชน รวมถึงออกมาประกาศความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวที่จะต่อสู้กับลัทธิก่อการร้าย

“เราทำได้ และเราจะทำให้พวกที่คุกคามความปลอดภัยและความมั่นคงของประชาชนทั่วโลกต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้” ประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ แถลง ขณะที่มหาเศรษฐีปากเปราะ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นเต็งหนึ่งในศึกชิงตัวแทนพรรครีพับลิกันเพื่อลงชิงเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ ต่อจากโอบามาในเดือน พ.ย.นี้ ถึงกับแนะให้ใช้วิธี “ทรมาน” ผู้ต้องสงสัย เพื่อเค้นข้อมูลป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นอีก

เมื่อค่ำวานนี้ (22) ตำรวจบรัสเซลส์ได้เข้าตรวจค้นอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในย่าน Schaerbeek ทางตอนเหนือของเมืองหลวง และพบวัตถุระเบิด 1 ลูก, ธงสัญลักษณ์ไอเอส รวมถึงสารเคมีที่ใช้ทำระเบิด

สื่อเบลเยียมรายงานว่า ตำรวจได้ข้อมูลมาจากคนขับแท็กซี่รายหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าตนเองอาจรับมือระเบิดไปส่งที่สนามบินโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

พนักงานสอบสวนพุ่งเป้าไปที่ “ชายสวมหมวก” ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ขณะกำลังเข็นกระเป๋าสัมภาระอยู่ในอาคารผู้โดยสารขาออกต่างประเทศ พร้อมกับชายอีก 2 คนที่น่าจะเป็นมือระเบิด

มีผู้พบเห็นว่าชายสวมหมวกคนนี้วิ่งหนีออกไปจากอาคารหลังเกิดเหตุระเบิด และเจ้าหน้าที่ยังพบวัตถุระเบิดที่ไม่ผ่านการใช้งานตกอยู่ภายในอาคารผู้โดยสารขาออกด้วย
ภาพผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คนที่กล้องวงจรปิดของสนามบินสามารถบันทึกไว้ได้
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเชื่อว่าเหตุระเบิดซึ่งได้คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปอีกราว 20 คนที่สถานีรถไฟใต้ดินใกล้ๆ สำนักงานของสหภาพยุโรป อาจมีการตระเตรียมไว้ล่วงหน้า ก่อนที่ตำรวจเบลเยียมจะจับกุม อับเดสลามได้เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (18)

อับเดสลาม ซึ่งเป็นพลเมืองฝรั่งเศสวัย 26 ปี และมีบทบาทสำคัญในการก่อวินาศกรรมปารีสเมื่อวันที่ 13 พ.ย. ปีที่แล้ว ถูกตำรวจเบลเยียมจับกุมได้ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในย่านโมเลนบีค (Molenbeek) ทางตอนใต้ของกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งขณะนั้นตำรวจยังค้นเจอธงสัญลักษณ์ไอเอสและวัตถุระเบิดจำนวนหนึ่งด้วย แต่ยังไม่แน่ชัดว่า อับเดสลามรู้ล่วงหน้าหรือไม่ว่าจะมีการลงมือโจมตีกรุงบรัสเซลส์ในอีกไม่กี่วันต่อมา

กลุ่มไอเอสได้ออกมาประกาศว่า “ทหารของรัฐคอลีฟะห์ซึ่งมีเสื้อกั๊กฆ่าตัวตาย วัตถุระเบิด และปืนกล” เป็นอาวุธ ได้ลงมือโจมตีสนามบินซาเวนเท็ม และสถานีรถไฟใต้ดินมาลบีค (Maelbeek) ในกรุงบรัสเซลส์

อย่างไรก็ดี ยังไม่สามารถระบุได้ว่าคนร้ายใช้เสื้อกั๊กติดระเบิดเป็นอาวุธจริงหรือไม่ ภาพจากกล้องวงจรปิดชี้ให้เห็นว่าพวกเขานำกระเป๋าสัมภาระวางไว้บนรถเข็น ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนเล่าว่าผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บส่วนใหญ่มีแผลเหวอะหวะที่บริเวณขา ซึ่งน่าจะเกิดจากแรงระเบิดที่วางอยู่บนพื้นอาคารมากกว่า

ทางการเบลเยียมยังไม่สามารถสรุปตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดทั้ง 2 จุดซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเร่งด่วน คือราวๆ 08.00 น. ที่สนามบินซาเวนเท็ม และ 09.00 น. ที่สถานีรถไฟใต้ดินมาลบีค

“จากภาพชายต้องสงสัย 3 คนที่สนามบินซาเวนเท็ม เชื่อว่า 2 คนน่าจะเป็นมือระเบิดฆ่าตัวตาย ส่วนคนที่ 3 ซึ่งสวมหมวกและแจ็กเก็ตสีอ่อนกำลังถูกตามล่าตัว” เฟรเดริก ฟาน ลิว อัยการเบลเยียม แถลงต่อสื่อมวลชน

ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่าชาย 2 คนซึ่งแต่งชุดสีเข้มสวมถุงมือไว้ที่มือซ้าย ซึ่งคงจะเอาไว้ปิดบังตัวจุดชนวนระเบิด ส่วนชายคนที่สวมหมวกนั้นไม่ได้ใส่ถุงมือ

ทางการเบลเยียมอยู่ระหว่างสอบสวนว่าเหตุวินาศกรรมกรุงบรัสเซลส์มีส่วนเชื่อมโยงกับการจับกุมอับเดสลามหรือไม่

รัฐบาลเบลเยียมได้ส่งเครื่องบินขับไล่ไปช่วยสนับสนุนภารกิจต่อต้านไอเอสของกลุ่มพันธมิตรสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ซึ่งไอเอสก็แถลงขู่ว่า กองกำลังต่างชาติที่เข้าไปทำสงครามต่อต้านรัฐอิสลามในซีเรียและอิรักจะต้องเผชิญกับ “วันอันมืดมน” (black days)

กรุงบรัสเซลส์ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่สหภาพยุโรปและนาโต้ ถือเป็นเป้าหมายสำคัญที่กลุ่มอิสลามิสต์สุดโต่งมุ่งโจมตีมานานแล้ว

ขณะนี้คาดว่ามีพลเมืองเบลเยียมราวๆ 300 คนที่เดินทางเข้าไปต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกอิสลามิสต์ในซีเรีย ทำให้ประเทศเล็กๆ ที่มีประชากรเพียง 11 ล้านคนแห่งนี้กลายเป็น “ผู้ส่งออกนักรบต่างชาติ” อันดับต้นๆ ของยุโรป

นายกรัฐมนตรี มัลคอล์ม เทิร์นบูลล์ แห่งออสเตรเลีย ระบุว่า ทางการยุโรป “ปล่อยให้มาตรการรักษาความปลอดภัยย่อหย่อนเกินไป” โดยห้องผู้โดยสารขาออกที่สนามบินบรัสเซลส์ก็เหมือนกับที่อื่นๆ ในยุโรป คือเปิดให้คนเดินเข้าไปได้โดยไม่มีการตรวจเอกสารหรือสัมภาระ





กำลังโหลดความคิดเห็น