xs
xsm
sm
md
lg

เผยมือปืนฆ่าหมู่วิทยาลัยสหรัฐฯ เป็น “นักศึกษาในชั้นเรียน” เคยสมัครอบรมยิงปืนแต่ถูกปฏิเสธ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

คริสโตเฟอร์ ฮาร์เปอร์-เมอร์เซอร์ วัย 26 ปี
รอยเตอร์ - มือปืนซึ่งก่อเหตุกราดยิงครูสอนภาษาอังกฤษและนักศึกษาเสียชีวิตรวม 9 ศพที่วิทยาลัยชุมชนอุมป์ควา มลรัฐโอริกอน เป็น “นักศึกษา” คนหนึ่งในชั้นเรียนดังกล่าว และเคยถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าอบรมที่สถาบันสอนยิงปืนในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อหลายปีก่อน

เหตุสังหารหมู่ที่วิทยาลัยชุมชนอุมป์ควา เมืองโรสเบิร์ก ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 10 ราย รวมถึงตัวมือปืน และยังมีผู้บาดเจ็บอีก 9 คน ซึ่งทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องเร่งตรวจสอบหาเหตุจูงใจที่ทำให้สังคมอเมริกันเกิดอาชญากรรมจากอาวุธปืนถี่ขึ้นจนน่าเป็นห่วงในปีนี้

หญิงสาวซึ่งเป็นอดีตแฟนของผู้บาดเจ็บคนหนึ่งเล่าว่า หากไม่ใช่เพราะคนรักเก่าของเธอซึ่งเป็นทหารผ่านศึกตัดสินใจเผชิญหน้ากับมือปืนอย่างกล้าหาญ อาจจะมีผู้เสียชีวิตมากกว่านี้

แพทย์ชันสูตรประจำรัฐออริกอน ยืนยันวานนี้ (2) ว่า มือปืนซึ่งถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมมีชื่อว่า คริสโตเฟอร์ ฮาร์เปอร์-เมอร์เซอร์ อายุ 26 ปี เป็นนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในคลาสวิชาการเขียน ซึ่งเกิดเหตุสังหารหมู่ขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี (1)

ฮาร์เปอร์-เมอร์เซอร์ พกปืน 6 กระบอก เสื้อเกราะ และกระสุนอีก 5 แม็กกาซีน เข้าไปกราดยิงอาจารย์และเพื่อนนักศึกษา ขณะที่ตำรวจยังพบปืนและเครื่องกระสุนอีกจำนวนหนึ่งซุกซ่อนอยู่ในห้องพักที่อพาร์ตเมนต์ชานเมืองโรสเบิร์ก ซึ่งเขาอาศัยอยู่กับมารดา

เซลิเนซ นูเนซ จากสำนักงานควบคุมแอลกอฮอล์ ยาสูบ อาวุธปืน และวัตถุระเบิดแห่งสหรัฐฯ ระบุว่า อาวุธและเครื่องกระสุนที่ตรวจพบทั้งหมดถูกซื้อมาอย่างถูกกฎหมาย

ความคลั่งไคล้ในศาสตร์ยิงปืนของ ฮาร์เปอร์-เมอร์เซอร์ สืบย้อนไปได้อย่างน้อยถึงปี 2012 หรือ 2013 ซึ่งเขาเคยไปสมัครเรียนที่วิทยาลัยป้องกันตนเองและบังคับใช้กฎหมาย Seven 4 Para ในเมืองทอร์แรนซ์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย

“เราขอให้เขาเข้าคอร์สอบรมความปลอดภัยสำหรับผู้หัดใช้ปืนก่อน แต่เขาอ้างว่าเคยมีประสบการณ์มาแล้ว ผมรู้สึกว่าเขาไม่น่าไว้ใจ ก็เลยไม่รับเข้าเรียน” เอลอย เวย์ ประธานและหัวหน้าครูผู้ฝึกสอนประจำสถาบันดังกล่าว ระบุ

“เขามีบุคลิกแปลกๆ ท่าทางเอาแต่ใจ และขาดวุฒิภาวะ... เขายืนกรานที่จะเข้าคอร์สยิงปืนขั้นสูงให้ได้ ทั้งๆ ที่ไม่มีเหตุผลรองรับ”

จากคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิต มือปืนรายนี้ได้บุกเข้าไปในห้องเรียนและยิงเข้าที่ศีรษะของอาจารย์ผู้สอน จากนั้นก็สั่งให้นักศึกษาทุกคนยืนขึ้นและให้ประกาศว่านับถือศาสนาอะไร เป็นชาวคริสต์ใช่หรือไม่ ก่อนจะลั่นไกสังหารเหยื่อแบบเรียงตัว

ขณะที่มือปืนกำลังจะเดินไปยังห้องเรียนอีกห้องซึ่งอยู่ติดกัน คริส มินตซ์ วัย 30 ปี ทหารที่เคยออกรบแนวหน้าในสงครามอิรักได้พยายามเข้าไปขัดขวางจนตนเองถูกยิง

เจมี สกินเนอร์ อดีตแฟนของมินตซ์ซึ่งปัจจุบันมีลูกชายวัย 6 ขวบ บอกกับรอยเตอร์ว่า มินตซ์ซึ่งนอนบาดเจ็บอยู่ที่พื้นพยายามพูดขอร้องว่าวันนี้เป็นวันเกิดลูกชายของเขา แต่กลับถูก ฮาร์เปอร์-เมอร์เซอร์ ลั่นกระสุนใส่อีก จากนั้นมือปืนจึงเปลี่ยนทิศทางมุ่งไปยังห้องเรียนอื่นแทน

“เขาเข้าไปในห้องเรียนนั้นไม่ได้เพราะถูกคริสขวางไว้” สกินเนอร์กล่าว พร้อมเผยว่าอดีตคนรักถูกนำส่งโรงพยาบาลด้วยอาการขาหักสองข้าง และมีบาดแผลจากกระสุนปืนอีก 7 จุด

การสังหารหมู่ที่วิทยาลัยชุมชนอุมป์ควาถือเป็นเหตุสะเทือนขวัญล่าสุดที่ปลุกกระแสเรียกร้องกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดยิ่งขึ้นในสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้เตือนบรรดานักการเมืองให้ตัดสินใจมาตรการบางอย่าง ขณะที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกันบางคนที่สนับสนุนสิทธิของชาวอเมริกันในการถือครองอาวุธปืน ก็ได้แสดงความเห็นในเรื่องนี้ด้วย

จอห์น แฮนลิน ผู้ปกครองเทศมณฑลดักลาส ปฏิเสธที่ระบุตัวตนของผู้ก่อเหตุ โดยให้เหตุผลว่าไม่ต้องการให้ค่าแก่มือปืนรายนี้

“สื่อมวลชนและสมาชิกในชุมชนที่เปิดเผยชื่อของมือปืนรายนี้ เท่ากับเชิดชูการกระทำอันชั่วร้ายของเขา... และท้ายที่สุดมันก็จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ คิดกระทำการเช่นนี้อีก” แฮนลิน กล่าว

เมื่อวานนี้ (2) แฮนลิน ได้เปิดเผยรายชื่อเหยื่อผู้เสียชีวิตทั้งหมด ได้แก่ ลอว์เรนซ์ เลไวน์ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ วัย 67 ปี และอีก 8 คนซึ่งน่าจะเป็นลูกศิษย์ของเขา คือ ควินน์ คูเปอร์ วัย 18 ปี, คิม ซอลต์มาร์ช ดิเอตซ์ วัย 59 ปี, ลูคัส ไอเบล วัย 18 ปี, เจสัน จอห์นสัน วัย 33-34 ปี, ซารีนา มัวร์ วัย 44 ปี, เทรเวน แอนส์แพ็ก วัย 20 ปี, รีเบคกา แคนส์ วัย 18 ปี และ ลูเซโร อัลคาราซ วัย 19 ปี

คาร์เมน เนสนิค พี่สาวต่างบิดา (หรือมารดา) ของมือปืน บอกกับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสในนครลอสแองเจลิส ว่า ฮาร์เปอร์-เมอร์เซอร์ เกิดในสหราชอาณาจักร และย้ายมาอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ ตั้งแต่เด็ก บิดามารดาของเขา คือ เอียน เมอร์เซอร์ และ ลอเรล ฮาร์เปอร์ หย่าร้างกันเมื่อปี 2006 ตอนที่เขายังเป็นวัยรุ่น และเขาได้อาศัยอยู่กับมารดาต่อมา

ฮาร์เปอร์-เมอร์เซอร์ ซึ่งใส่ข้อมูลตนเองในโซเชียลเน็ตเวิร์กว่าเป็นคน “เชื้อชาติผสม” เคยรับราชการในกองทัพสหรัฐฯ อยู่ประมาณ 1 เดือนเมื่อปี 2008 ก่อนจะถูกปลดประจำการเนื่องจากคุณสมบัติไม่ตรงตามเกณฑ์


กำลังโหลดความคิดเห็น