เอเอฟพี - กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกมาตอบโต้การแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ของประธานาธิบดี บารัค โอบามา วันนี้ (21 ม.ค.) โดยชี้ว่า ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ บ่งบอกชัดเจนว่าอเมริกาคิดที่จะ “ครอบงำ” กิจการทั้งหมดของโลก
“อเมริกากำลังสร้างสถานการณ์ที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้า” เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย แถลงต่อผู้สื่อข่าว
“สิ่งที่โอบามาแถลงเมื่อวานนี้ (20) แสดงให้เห็นว่า ปรัชญาของอเมริกามีเพียงอย่างเดียว คือ ‘เราต้องเป็นหนึ่ง’ และประเทศอื่นๆ ต้องยอมรับในข้อนี้”
“แนวคิดเช่นนี้ล้าสมัยไปหน่อย และไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในยุคใหม่... มันสะท้อนให้เห็นว่า วอชิงตันต้องการที่จะครอบงำโลก” ลาฟรอฟระบุ พร้อมชี้ว่า “การมาเป็นที่หนึ่งในหมู่ผู้ที่เท่าเทียม” ไม่เพียงพอสำหรับอเมริกา
ระหว่างการแถลงนโยบายประจำปีเมื่อค่ำวานนี้ (20) ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า “ประเทศใหญ่ๆ ไม่มีสิทธิ์ข่มเหงรังแกชาติที่เล็กกว่า” โดยมีนัยยะถึงกรณีที่รัสเซียใช้อิทธิพลยึดคาบสมุทรไครเมียไปจากยูเครน และยังสนับสนุนกบฏแบ่งแยกดินแดนในภาคตะวันออกของยูเครนให้คิดกระด้างกระเดื่องต่อกรุงเคียฟด้วย
โอบามายังสรรเสริญนโยบายที่วอชิงตันใช้กับรัสเซียจากกรณีปัญหายูเครน โดยชี้ว่าสหรัฐฯ กำลังทำให้มอสโกถูกโดดเดี่ยว และเศรษฐกิจย่ำแย่ลงเรื่อยๆ
ลาฟรอฟได้โต้กลับในประเด็นนี้ว่า ความพยายามโดดเดี่ยวรัสเซียจะไม่มีวันสำเร็จ และนโยบายต่างประเทศที่ก้าวร้าวของสหรัฐฯ จะต้องกลายเป็นเพียง “อดีต” เข้าสักวันหนึ่ง
“ผมเชื่อว่าท้ายที่สุด มันก็จะผ่านไป” เขากล่าว
ขณะเดียวกัน ลาฟรอฟยังฝากคำแนะนำไปถึงโอบามา ในสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น “ความตระหนักรู้” ของวอชิงตันว่ากลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) กำลังเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดในซีเรีย
“การต่อสู้ผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ถูกยกให้เป็นภารกิจสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง... นับเป็นสิ่งที่ดีที่สหรัฐฯ เข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือการนำไปสู่วิธีปฏิบัติที่จริงจัง”
โอบามาได้ร้องขอให้สภาคองเกรสมอบอำนาจแก่เขาในการตัดสินใจใช้ปฏิบัติการทางทหารกวาดล้างกลุ่มไอเอส
รัสเซียพยายามโต้แย้งมานานแล้วว่า กลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงเหล่านี้ต่างหากที่เป็นภัยต่อความมั่นคงในภูมิภาค ไม่ใช่รัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด
อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ ยังคงยืนยันคำเดิมว่าอัสซาดจะต้องสละอำนาจเท่านั้น
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส รายงานในสัปดาห์นี้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ดูเหมือนจะเริ่มเห็นด้วยกับ “การเปลี่ยนแปลงจุดยืนอย่างช้าๆ” โดยจะมุ่งเน้นไปที่การกำจัดกลุ่มไอเอสมากกว่ารัฐบาลอัสซาด ซึ่ง ลาฟรอฟ เองก็ระบุว่ารายงานของสื่อสหรัฐฯ ชิ้นนี้ “น่าสนใจ” และสมควรถูกแปลเป็นภาษารัสเซียด้วย
/center>