มุสลิมนิกายชีอะห์ในอิรักหลายแสนคนได้ไปรวมตัวกันเนื่องในวันอาชูเราะห์ ซึ่งมีความสำคัญทางศาสนาตามความเชื่อของพวกเขา ที่เมืองคาร์บาลาในวันนี้ (4 พ.ย.) โดยไม่เกรงกลัวต่อการโจมตีของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส)
อาชูเราะห์ เป็นการรำลึกถึงการสังหารอิหม่ามฮุสเซน หลานของศาสดาโมฮัมเหม็ด โดยฝีมือของกองทัพกาหลิบยาซิด ในช่วงปีคริสต์ศักราช 680 ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญของมุสลิมชีอะห์
พิธีนี้ถูกป่วนด้วยการโจมตีของมุสลิมสุหนี่หัวรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ในปีนี้ดูจะน่าห่วงมากยิ่งขึ้นเมื่อบรรดานักรบญิฮัดของกลุ่มไอเอสควบคุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างอยู่ในอิรัก
เจ้าหน้าที่ความมั่นคงหลายหมื่นคนรวมถึงกองกำลังพันธมิตรได้ถูกจัดส่งเข้ามาคุ้มกันผู้แสวงบุญเหล่านี้ นับเป็นบททดสอบครั้งสำคัญสำหรับรัฐบาลใหม่ที่นำโดยนายกรัฐมนตรี ไฮดาร์ อัล-อบาดี
"ผู้แสวงบุญหลายแสนคนจากทั่วทุกแห่งหนในอิรัก รวมถึงจากอาหรับและต่างประเทศได้มาถึงคาร์บาลา เพื่อมีส่วนร่วมในการรำลึกถึงการสิ้นชีพของอิหม่ามฮุสเซน" อากิล อัล-ตูไรฮี ผู้ว่าฯ คาร์บาลา บอกกับเอเอฟพี
มีชายหลายร้อยคนแต่งชุดขาวเพื่อร่วมทำพิธีที่เรียกว่า "ทัทเบียร์" ที่เป็นการใช้ดาบและหอกเชือดที่บริเวณศีรษะของพวกเขา เพื่อไว้ทุกข์ให้กับการจากไปของอิหม่ามฮุสเซน หลานชายของศาสดาโมฮัมเหม็ด
ผู้ที่ร่วมทำพิธีนี้เป็นเพียงแค่ส่วนน้อยของผู้แสวงบุญ ใบหน้าและชุดสีขาวของพวกเขาอาบไปด้วยเลือด และถูกตำหนิโดยนักบวชชีอะห์บางราย
ขณะที่ผู้แสวงบุญในชุดดำหลายพันคนได้มารวมตัวกันเพื่อฟังเรื่องราวของอิหม่ามฮุสเซนและการต่อสู้ของเขาก่อนตาย ผู้แสวงบุญได้พากันตีศีรษะของตนและร้องให้เพื่อแสดงถึงการไว้ทุกข์และสำนึกผิด
ตามความเชื่อของมุสลิมชีอะห์ อิหม่ามฮุสเซนตั้งใจที่จะสละชีพของตนเองในการต่อต้านการปกครองที่ไม่ยุติธรรมและขัดต่อหลักอิสลามของกาหลิบยาซิด เขาท้าทายกองทัพของกาหลิบด้วยผู้ติดตามเพียงไม่กี่สิบคน
การแบ่งแยกจนกลายเป็นผู้นับถือนิกายชีอะห์และสุหนี่ ได้เริ่มขึ้นจากความขัดแย้งของกลุ่มคนที่เฉลิมฉลองความรุ่งโรจน์ของโมฮัมเหม็ด กับคนที่ยึดมั่นในการตายของอิหม่ามฮุสเซน
ผู้คนหลายหมื่นต้องตายในการสู้รบ ทั้งโดนระเบิดและถูกประหารในอิรัก ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากความขัดแย้งของทั้งสองนิกาย
มุสลิมสุหนี่หัวรุนแรง ที่มองว่าพวกชีอะห์เป็นพวกนอกศาสนา ได้สังหารผู้แสวงบุญไปหลายสิบคนในวันอาชูเราะห์ปีก่อนๆ
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ดูจะอันตรายมากขึ้น เมื่อกลุ่มไอเอสได้ยึดครองพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ครอบคลุมดินแดนสำคัญของมุสลิมสุหนี่ที่อยู่ทางเหนือและทางตะวันตกของกรุงแบกแดด รวมถึงควบคุมพื้นที่ทางใต้ของเมืองหลวงที่อยู่ใกล้กับเส้นทางหลักของผู้แสวงบุญ
กลุ่มไอเอสได้ออกมารับว่าเป็นผู้ก่อเหตุระเบิดที่มุ่งเป้ามุสลิมชีอะห์ในกรุงแบกแดดเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งทำให้มีคนตายอย่างน้อย 18 ราย
ขณะที่รัฐบาลอิรักได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงหลายหมื่นนาย พร้อมด้วยกองกำลังพันธมิตรเข้าไปในกรุงแบกแดด รวมถึงคอยดูแลถนนเส้นที่มุ่งไปสู่คาร์บาลาและในบริเวณจุดทำพิธี เพื่อป้องกันการโจมตี


