xs
xsm
sm
md
lg

สภาไต้หวันฉาว!เปิดศึกตะลุมบอน ส.ส.ทั้งหญิง-ชายซัดกันนัว(ชมคลิป)

เผยแพร่:   โดย: MGR Online



เอเอฟพี - รัฐสภาไต้หวันเมื่อวันอังคาร(25) เปิดศึกตะลุมบอนกันอย่างดุเดือด ระหว่างเหล่าผู้แทนราษฎรกำลังอภิปรายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติภาษี เหตุการณ์น่าละอายที่เกิดขึ้นขณะนายเฉิน กวางเฉิง ชายพิการตาบอด นักต่อสู้เรียกร้องสิทธิมนุษยชนของชาวจีน เดินทางมากล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาแห่งนี้

ศึกอภิปรายต้องหยุดชะงักลง หลังจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายสิบคนจากพรรครัฐบาล ก๊กหมินตั๋ง ชกต่อยกับส.ส.ฝ่ายค้าน ขณะที่ทั้งสองฝ่ายพยายามยึดโพเดียมของรัฐสภา

ภาพข่าวสถานีโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดสดการประชุมสภาไปทั่วประเทศ พบเห็น ส.ส.หญิงคนที่อยู่ในอารมณ์โกรธแค้นเข้าตะลุมบอนกัน ส่วน ส.ส.ของพรรคฝ่ายค้านคนหนึ่งก็สาดกาแฟเข้าใส่เพื่อนสมาชิกพรรคก๊กหมินตั๋งของเธอ นอกจากนี้ยังพบเห็นส.ส.หญิงคนหนึ่งจากพรรคก๊กหมินตั๋ง ถึงกับร้องไห้ หลังจากที่เธอถูกส.ส.ชายพรรคฝ่ายค้าน เบียดเธอจนตกโพเดียม

นายเฉิน กวางเฉิง ชายพิการตาบอด นักต่อสู้เรียกร้องสิทธิมนุษยชนของชาวจีนที่ลี้ภัยในต่างแดน ซึ่งขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาตอนที่เกิดขึ้น บอกว่า "มันเป็นปรากฏการณ์ปกติ" เมื่อถูกขอให้แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์นี้

"ผมอยากเห็นการทะเลาะวิวาทในสภามากกว่ารถถังขับอยู่บนท้องถนนและจตุรัสต่างๆกล่าว ท่ามกลางเสียงปรบมือกันกึกก้อง อ้างถึงเหตุปราบปรามนองเลือดนักศึกษาฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยในจตุรัสเทียนอันเหมินของจีนในปี 1989 "การประท้วงเป็นรูปแบบของการแสดงออกถึงสิทธิพลเมืองในโลกเสรี มันเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย"

นายเฉิน วัย 41 ปี เข้าพำนักอยู่ในนิวยอร์ก นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีก่อน หลังจากเล็ดลอดการถูกกักบริเวณและหลบหนีไปยังสถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงปักกิ่ง จุดชนวนวิกฤ๖ความสัมพันธ์ช่วงสั้นๆระหว่างจีนและอเมริกา

ทนายความรายนี้เดินทางถึงไต้หวันเมื่อวันอาทิตย์(23) ในโปรแกรมเยือน 19 วัน ที่เขาอธิบายว่าเป็น "ทริปแห่งการเรียนรู้" เพื่อสังเกตการณ์ระบบประชาธิปไตย หลักนิติธรรมและเสรีภาพแห่งการแสดงออก

ในอดีตที่ผ่านมา รัฐสภาไต้หวัน เคยมีประวัติส.ส.ชกต่อยกันกลางสภามาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ การอภิปรายในสภาเป็นไปอย่างสงบ ไม่มีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทเกิดขึ้น

ขณะที่เหตุทะเลาะวิวาทเมื่อวันอังคาร(25) มีขึ้นท่ามกลางข้อเสนอการแก้ไขภาษีกำไรจากการขายหุ้น ซึ่งทางรัฐบาลอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนยากจนซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ทว่ามันก็จุดชวนคัดค้านจากกลุ่มนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลและพวกพ่อค้าหุ้นรายใหญ่

ท่ามกลางกระแสเสียงเรียกร้องที่เพิ่มมากขึ้นให้ยกเลิกภาษีดังกล่าวโดยสิ้นเชิง เพื่อส่งเสริมมูลค่าการค้าที่กำลังลดลง แต่รัฐบาลก๊กหมินตั๋ง ก็ทำแค่พิจารณาทบทวนปรับปรุง จนถูกคัดค้านอย่างรุนแรงจากพรรคฝ่ายค้าน 3 พรรค โดยพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า หรือดีพีพี ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านสำคัญ เรียกร้องให้ประธานาธิบดีหม่า อิง-จิว กล่าวคำขอโทษต่อนโยบายที่ผิดพลาด แต่ข้อเรียกร้องดังกล่าว ก็ถูกนายหม่าปฏิเสธ
กำลังโหลดความคิดเห็น