xs
xsm
sm
md
lg

ศาลกิมจิสั่งจำคุกหนุ่มโหดฆ่าแฟนเอาประกัน-อ้าง “กินหมึกยักษ์” ติดคอตาย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ปลาหมึกยักษ์
เอเอฟพี - หนุ่มชาวเกาหลีใต้ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตฐานฆาตกรรมแฟนสาว วันนี้(11) หลังจากที่ตำรวจเคยเชื่อว่า ผู้ตายเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุจากการรับประทานปลาหมึกยักษ์เป็นๆเข้าไป

ศาลแขวงเมืองอินชอนตัดสินให้จำเลยผู้มีนามว่า คิม ใช้ชีวิตในเรือนจำไปตลอดชีพ หลังก่อ “อาชญากรรมร้ายกาจ” ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วสังคมแดนกิมจิ

คิม ซึ่งขณะนี้อยู่ในวัย 31 ปี เช็คอินเข้าโมเต็ลแห่งหนึ่งในเมืองอินชอนพร้อมกับแฟนสาวเมื่อเดือนเมษายน ปี 2010 โดยซื้อปลาหมึกยักษ์เป็นๆ 2 ตัวจากภัตตาคารติดมือไปด้วย

หลังจากนั้นไม่นาน เขาได้โทรแจ้งพนักงานต้อนรับว่าแฟนสาวซึ่งนามสกุล ยูน ล้มลงหมดสติและหยุดหายใจ หลังรับประทานปลาหมึกตัวหนึ่งเข้าไป เธอถูกนำส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในอีก 16 วันให้หลัง เนื่องจากเซลล์สมองถูกทำลาย

หมึกยักษ์เป็นๆถือเป็นอาหารจานเด็ดในเกาหลีใต้ แม้ผู้ลิ้มลองจะต้องเสี่ยงต่อการสำลักก็ตาม ทั้งนี้เพราะปุ่มดูดของปลาหมึกที่ยังมีชีวิตอยู่อาจทำให้หนวดของมันติดแน่นอยู่ในลำคอผู้รับประทาน

หมึกยักษ์ตัวเล็กๆนิยมรับประทานทั้งตัว ส่วนที่ขนาดใหญ่จะถูกตัดเป็นชิ้นๆ รับประทานกับน้ำจิ้มงา โดยแต่ละหนวดก็ยังคงดิ้นกระดึบๆอยู่ในจาน

แพทย์ผู้ชันสูตรศพพบหนวดปลาหมึกติดอยู่ในลำคอของ ยูน เบื้องต้นทางตำรวจและครอบครัวผู้ตายจึงเชื่อสิ่งที่ คิม เล่าว่าหญิงสาวตายโดยอุบัติเหตุ และนำร่างของเธอไปประกอบพิธีฌาปนกิจ

อย่างไรก็ดี ตำรวจเกาหลีใต้จำต้องเปิดคดีอีกครั้ง หลังพ่อของ ยูน ไปออกรายการโทรทัศน์ว่าต้องการให้ตำรวจนำตัว คิม มาสอบสวนเพิ่ม เพราะพบว่าบุตรสาวเพิ่งทำประกันชีวิตได้ไม่นาน โดยระบุให้ คิม เป็นผู้รับผลประโยชน์แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งหลังจากที่เธอตาย คิม ก็ได้รับเงินประกันถึง 200 ล้านวอน

แม้ศพของ ยูน จะถูกเผาไปแล้ว แต่ศาลเมืองอินชอนเห็นว่า “มีหลักฐานโดยอ้อม” ที่สรุปได้ว่า คิม วางแผนสังหารแฟนสาวเพื่อเอาประกัน

“สาเหตุการตายที่เป็นไปได้มากที่สุดคือถูกผ้าอุดจมูกจนขาดอากาศหายใจ และไม่มีหลักฐานที่จะสรุปได้ว่า เธอเสียชีวิตจากการสำลักปลาหมึกยักษ์เป็นๆ” โฆษกศาล แถลง

“ผู้ตายมีปัญหาเรื่องการเคี้ยวอาหาร ดังนั้น การอ้างว่าเธอรับประทานปลาหมึกยักษ์ตัวโตๆทั้งตัวโดยไม่หั่นเสียก่อน จึงฟังไม่ขึ้น”

ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานว่า คิม ซึ่งยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินหรือไม่