วอลท์ ดิสนีย์ (Walt Disney) ประกาศปลดพนักงานหลายร้อยตำแหน่ง ในขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจบันเทิงรายนี้ยังคงเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรด้วยการลดจำนวนโครงการ ตลอดจนการคุมเข้มงบการเงิน และปรับโครงสร้างองค์กรที่บูรณาการมากขึ้น
โฆษกของดิสนีย์ได้ยืนยันการปรับลดพนักงานดังกล่าว โดยระบุว่า บริษัทกำลังปลดพนักงานหลายร้อยตำแหน่งในฝ่ายงานองค์กร ดิสนีย์ เอนเตอร์เทนเมนต์ เทเลวิชัน (Disney Entertainment Television) อีเอสพีเอ็น (ESPN) และแผนกสตูดิโอของดิสนีย์
ขณะที่สื่อหลายสำนักรายงานว่า พนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างเริ่มได้รับหนังสือแจ้งเตือนตั้งแต่ช่วงเช้าวันอังคาร (21 ก.ค.)
อย่างไรก็ตาม ดิสนีย์ ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขรวมที่ชัดเจนเกี่ยวกับพนักงานในแต่ละแผนกที่ถูกเลิกจ้าง และไม่ได้ระบุว่ามีแผนจะปรับลดพนักงานเพิ่มเติมอีกหรือไม่
ทั้งนี้ ณ สิ้นปีงบการเงิน 2568 ดิสนีย์มีจำนวนพนักงานประมาณ 231,000 คนทั่วโลก ซึ่งรวมถึงราว 172,000 คนในสหรัฐฯ
หนังสือพิมพ์ลอสแอนเจลิส ไทม์ส รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ว่า พิกซาร์ (Pixar) ธุรกิจสตูดิโอของดิสนีย์ ได้รับผลกระทบจากการปลดพนักงานมากที่สุดในฝั่งสตูดิโอ โดยมีพนักงานเกือบ 10% จากจำนวนพนักงานทั้งหมดราว 1,100 คน ของพิกซาร์ ถูกเลิกจ้าง
การปรับลดพนักงานครั้งนี้เกิดขึ้น แม้ว่าพิกซาร์สามารถทำรายได้ที่ดีขึ้นในปีนี้ โดยภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง "Toy Story 5" ซึ่งเข้าฉายเมื่อเดือนที่แล้ว ทำรายได้ทั่วโลกไปกว่า 957 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การเลิกจ้างพนักงานสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ที่กว้างขึ้นของดิสนีย์ โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา วอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอส์ (Walt Disney Studios) ได้ลดปริมาณการผลิต โดยหันไปมุ่งเน้นคุณภาพและให้ความสำคัญกับการฉายในโรงภาพยนตร์ ซึ่งสามารถต่อยอดไปยังธุรกิจสตรีมมิง สินค้าลิขสิทธิ์ สวนสนุก และธุรกิจอื่นๆ ของบริษัทได้
ทั้งนี้ ภาพยนตร์ของพิกซาร์หลายเรื่อง รวมถึง Soul, Luca และ Turning Red ได้ถูกส่งไปสตรีมบนแพลตฟอร์มดิสนีย์พลัส (Disney+) ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งภายหลังผู้บริหารได้ออกมายอมรับว่า การตัดสินใจดังกล่าวอาจเป็นการกระตุ้นให้บางครอบครัวเลือกที่จะรอชมภาพยนตร์ของพิกซาร์ที่บ้านแทน
การปรับลดพนักงานในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ของดิสนีย์ ในปีนี้ และเกิดขึ้นภายหลังการปรับโครงสร้างองค์กรเป็นวงกว้างภายใต้การนำของ จอช ดามาโร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยในเดือนมกราคม ปีนี้ ดิสนีย์ ได้ผนวกรวมสายงานด้านการตลาดเข้าด้วยกัน และต่อมาในเดือนเมษายน บริษัทได้ปลดพนักงานประมาณ 1,000 ตำแหน่ง ในแผนกสตูดิโอ เครือข่ายโทรทัศน์ ESPN กลุ่มผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี ตลอดจนแผนกองค์กร


