วันนี้ (20 ก.ค.) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายทวงคืนทรัพยากรธรรมชาติและจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐอย่างต่อเนื่อง โดยนำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่หาดนุ้ย ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เพื่อรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด พร้อมยืนยันว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อทวงคืนผืนป่าและชายหาดสาธารณะให้กลับมาเป็นของประชาชน
นายสุชาติ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้เร่งแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ของรัฐ ภายใต้แนวคิด “ภูเก็ตโมเดล” โดยบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน เพื่อจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐ คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ และสร้างมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่มีผู้ใดอยู่เหนือกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า พื้นที่หาดนุ้ยเป็นปัญหาที่สะสมมายาวนานกว่า 20 ปี เดิมมีการออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 18 ไร่ ก่อนที่ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาเมื่อปี 2557 เพิกถอนเอกสารสิทธิ เนื่องจากออกโดยมิชอบ ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวกลับคืนสู่สถานะป่าสงวนแห่งชาติ จากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตรวจสอบ ตรวจยึด และดำเนินคดีมาอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดวันนี้ (20 ก.ค.) นายสุชาติ พร้อมด้วยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยเฉพาะกิจ “พยัคฆ์ไพร” “พญาเสือ” และ “ฉลามขาว” รวมกว่า 400 นาย สนธิกำลังร่วมกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดยุทธการทวงคืน “หาดนุ้ย” ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ รวม 50 รายการ ซึ่งได้ทยอยดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยในวันนี้เป็นการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่พ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว
นายสุชาติ กล่าวว่า แม้ภารกิจนี้จะเป็นเรื่องยากและมีความซับซ้อน แต่รัฐบาลได้แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยเลือกจังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องของ “ภูเก็ตโมเดล” เพื่อสร้างต้นแบบขยายผลไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ
“เมื่อได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ผมมีหน้าที่ต้องทำให้สำเร็จ หากไม่สามารถทวงคืนแผ่นดินของรัฐให้ประชาชนได้ ก็ไม่สมควรทำหน้าที่รัฐมนตรี เพราะที่ดินของรัฐคือสมบัติของคนไทยทุกคน รัฐบาลจะไม่ยอมให้ผู้มีอิทธิพลหรือผู้มีฐานะอยู่เหนือกฎหมายอีกต่อไป” นายสุชาติ กล่าว
นายสุชาติ กล่าวว่า สิ่งปลูกสร้างที่ดำเนินการรื้อถอนทั้งหมดกว่า 50 รายการ เป็นการใช้ประโยชน์พื้นที่โดยผู้ครอบครองเพียงกลุ่มเดียว สะท้อนปัญหาการยึดครองทรัพยากรของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน
นอกจากนี้ กระทรวงฯ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการตามกฎหมายในมิติอื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะการประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบผลประโยชน์ที่เกิดจากการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของรัฐโดยมิชอบ หากพบว่ามีความผิดเข้าข่ายกฎหมายฟอกเงิน จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ด้านนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินโดยมิชอบ รวมถึงการใช้บุคคลไทยเป็นนอมินีถือครองทรัพย์สินแทนชาวต่างชาติ โดยขณะนี้ได้เร่งตรวจสอบในหลายจังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี เกาะสมุย และเกาะพะงัน
สำหรับจังหวัดภูเก็ต พบข้อมูลการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติที่เข้าข่ายผิดกฎหมายกว่า 400 แปลง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีการใช้นอมินีเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากใช้ช่องโหว่ของกฎหมาย หรือถือครองที่ดินโดยมิชอบ จะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพราะประเทศไทยต้องใช้กฎหมายไทยบังคับใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม
นายสุชาติ กล่าวว่า วันนี้ตนได้มีโอกาส นั่งเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจพื้นที่โดยรอบพบสิ่งก่อสร้างที่อยู่บนยอดเขาอีกหลายแห่ง ตนจึงได้สั่งการให้ 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ ฝ่ายปกครอง ส.ป.ก. เพื่อเอกซเรย์หาพื้นที่ผิดกฎหมายมาดำเนินทวงคืนผืนป่าให้เป็นสมบัติของชาติต่อไป
ทั้งนี้ หลังการรื้อถอน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพธรรมชาติ พร้อมประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็น ป่านันทนาการ และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศของประชาชน โดยกรมป่าไม้จะจัดทำศูนย์เรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบดูแลความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงชายหาดได้อย่างเสรี หลังจากที่ในอดีตพื้นที่แห่งนี้ถูกปิดกั้นการเข้าถึงมาเป็นเวลานาน
“รัฐบาลจะเดินหน้าทวงคืนพื้นที่ของรัฐทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้เป็นสมบัติของคนไทยทุกคน และส่งต่อเป็นมรดกแก่คนรุ่นต่อไป” นายสุชาติ กล่าว


