นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่สาธารณรัฐประชาชนจีนแสดงความพร้อมอำนวยความสะดวกในการเจรจาระหว่างไทย-กัมพูชา ว่า ปัจจุบันช่องทางการพูดคุยระหว่างไทยกับกัมพูชายังมีไม่มาก แม้ไทยเคยเสนอหลังการหารือของผู้นำทั้งสองประเทศที่เมืองเซบู ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ให้ใช้การเจรจาทวิภาคีทุกประเด็นเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ แต่แทนที่กัมพูชาจะพูดคุยเรื่องเขตแดนทางทะเล กลับเดินหน้ากระบวนการประนอมภาคบังคับ ทั้งที่ควรมีการเจรจาระหว่างสองฝ่ายก่อน หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ จึงค่อยใช้กลไกอื่น ๆ
ซึ่งภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) มีกลไกอื่น ๆ อีกหลายรูปแบบ เช่น การประนอมภาคสมัครใจ ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องใช้การประนอมภาคบังคับก็ได้ ในเมื่อเขายังไม่พร้อมที่จะพูดคุยกับเราตามที่พูดคุยกันไว้ที่เซบู การจะพูดคุยเรื่องชายแดนหรือเขตแดนทางบกก็คงลำบาก คงต้องดูกันต่อไป
ในเมื่อเราคุยกันว่าจะพูดในระดับทวิภาคี สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ส่วนจีน ถ้าจำเป็นเมื่อใด เราก็ขอขอบคุณในความปรารถนาดีของฝ่ายจีน อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ทั้งสองประเทศต้องพูดคุยกันโดยตรง
"ขณะนี้ก็ปิดประตูโอกาสในการที่จะคุยกันด้านเขตแดนทางบก ชายแดน มันก็คงลำบากเหมือนกัน สิ่งที่ดีที่สุดก็คือฝ่ายจีน หนึ่ง เขามีความหวังดี สอง เขาพยายามสนับสนุนฝ่ายกัมพูชาให้ทำตามที่คุยกันไว้ที่เซบู และเขาตระหนักในความสำคัญของการวางตัวไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้พูดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง คือเราชื่นชมบทบาทของจีนในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา และมั่นใจว่าเขาจะวางตัวเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใด
แต่ประเด็นที่เราเป็นห่วงคือ การนำเสนอข่าวของฝ่ายกัมพูชาเกี่ยวกับการส่งมอบรถถังจากจีน ซึ่งในจังหวะนี้ความสัมพันธ์มีความละเอียดอ่อนและเปราะบาง การหยุดยิงก็ยังเปราะบาง การส่งรถถังในช่วงนี้ รวมถึงการนำเสนอข่าวในลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายกัมพูชา ไม่น่าจะเป็นผลดีต่อสถานการณ์ไทย-กัมพูชาในขณะนี้ เราไม่ได้ต่อว่า แต่พูดตามข้อเท็จจริง โดยขอให้สนับสนุนประเด็นนี้ด้วย
ส่วนกรณีปัญหาธุรกิจจีนสีเทาในประเทศไทย รวมถึงประเด็นการสวมสิทธิ์เด็กทารกชาวจีนเพื่อใช้สัญชาติไทย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับการลงทุนที่มีคุณภาพ ยั่งยืน และเป็นไปตามกฎหมายไทย โดยยอมรับว่าธุรกิจสีเทาเป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับการลงทุนของจีนทั้งหมด แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลต่อความรู้สึกของคนไทย จึงอยากให้ฝ่ายจีนให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวด้วย


