นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภาพรวมการเดินทางร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทีมประเทศไทยเดินสายโรดโชว์ดึงดูดการลงทุน ณ เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้มีการเปิดโต๊ะเจรจาเจาะลึกแบบตัวต่อตัวกับ 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีขั้นสูง ฉางอาน อินโนไลท์ อีออปโตลิงก์ และ เสียวหมี่ ว่า ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ซึ่งนายกรัฐมนตรีนำทีมนักธุรกิจไทยพบกับนักลงทุนจีน สิ่งหนึ่งที่เราได้เจอนักลงทุน 4 รายใหญ่ที่มีการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเรื่องอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ทั้งเรื่อง AI เรื่องอุตสาหกรรมรถยนต์สมัยใหม่ ซึ่งวันนี้ได้ใช้ฐานการผลิตในประเทศไทย เป็นฐานสำหรับในการส่งมอบในเรื่องของอุตสาหกรรม และสินค้าชนิดใหม่ ๆ โดยเฉพาะเกี่ยวกับ AI สิ่งที่จะมาลงทุนในเมืองไทยตอนนี้ มีเม็ดเงินรวมประมาณ 70,000 ล้านบาท มีการจ้างงานรวมประมาณ 30,000 คน ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลได้ขอร้องกับนักลงทุนไทยคือ ขอให้ต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมต่อเนื่องของเมืองไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีรายย่อยของไทย ทั้งในอุตสาหกรรมเรื่อง AI อุตสาหกรรมเรื่องรถยนต์สมัยใหม่ นอกจากนั้น จะเป็นการจ้างงาน เราขอให้มีการเทรนให้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับคนไทย ซึ่งทั้ง 4 เจ้า ก็ตกลงที่จะไปลงทุนในอาร์แอนด์ดี รีเสิร์ช ดีเวลลอปเมนท์ ในเมืองไทยเพิ่มเติมขึ้น
ส่วนจะต่อยอดในอนาคตได้อย่างไรบ้างนั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้โลกมันเปลี่ยนทิศทาง เรื่อง AI เป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญมาก ใครที่คว้าอุตสาหกรรมนี้ได้ก็จะสามารถเติบโตไปในอนาคต วันนี้เมืองไทยทุกคนมองว่าที่เขาตัดสินใจเลือกมาเมืองไทย นอกจากสภาพแวดล้อมที่เห็นว่าเมืองไทยมีความเป็นกลาง แล้ว โครงสร้างพื้นฐานเราพร้อม แล้วเรากำลังเปิดในเรื่องของอุตสาหกรรม ในเรื่องพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นฐานโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ตรงนี้จะช่วยดึงดูดนักลงทุนมาเยอะ แล้วก็จะช่วยสร้างงานใหม่ สร้างรายได้ใหม่ให้กับธุรกิจไทยและคนไทย


