นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. เพื่อลงมติเพิกถอนข้าราชการบรรจุกลุ่มแรก 3,621 คน หลังพบคะแนนผิดปกติเพิ่มขึ้นชัดเจน เพื่อพิจารณามติก่อนเพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ส่วนกลุ่มที่เหลือ 400,000 คน จะนับคะแนนใหม่ทั้งหมด ก่อนจัดลำดับคะแนนผู้สอบแข่งขันได้และบรรจุในลำดับถัดไป โดยเมื่อมีมติแล้วจะส่งรายชื่อไปยังจังหวัดนั้นๆ เพื่อเพิกถอนรายชื่อ ส่วนการตรวจกระดาษคำตอบใหม่ทั้งหมด 800,000 แผ่น ของผู้เข้าสอบกว่า 400,000 คน กระทรวงมหาดไทยจะเป็นแกนหลักประสานหน่วยงานกลางที่น่าเชื่อถือและมีความพร้อม เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำนักงาน ก.พ. ตรวจกระดาษคำตอบใหม่ทั้งหมด เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งจะใช้เวลาตรวจสอบใน 15 วัน โดยการประชุมวันนี้ เป็นที่จับตาภายหลัง ปรากฏข้อมูลแถลงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
นายอรรษิษฐ์ ระบุล่าสุดว่า เนื่องจากที่มีการประกาศรายชื่อผู้ที่มีคะแนนผิดปกติจำนวน 5,814 ราย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก ผู้ที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนประมาณ 3,621 ราย กลุ่มที่สอง ผู้ที่มีคะแนนดีอยู่แล้ว แต่คะแนนเพิ่มขึ้นอีกอย่างผิดปกติประมาณ 1,713 ราย และกลุ่มที่สาม ผู้ที่มีคะแนนต่างกันเพียง 1 คะแนน แต่เอกสารกระดาษคำตอบไม่ชัดเจน ประมาณ 480 ราย
หลังจากเกิดการประกาศที่ผิดพลาดจนทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง จึงได้หารือกับผู้เกี่ยวข้องแล้วว่าเมื่อ กสถ. เป็นผู้มีมติประกาศรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ ก็ต้องเป็นผู้มีอำนาจเพิกถอนคำสั่งบรรจุเช่นกัน โดยได้หารือร่วมกันแล้วว่าต้องดำเนินการในลักษณะดังกล่าว เพราะเรื่องนี้ถือเป็นความอุกอาจ จึงต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการเร่งเพิกถอนให้เร็ว เพื่อให้ผู้ที่สอบได้ด้วยความสามารถของตนเอง ซึ่งมีมากกว่า 9,000 คน ที่มีคะแนนตรงกับคะแนนดิบและรายชื่อที่ประกาศ ได้รับความเป็นธรรม
ส่วนผู้ที่กระทำผิด ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเชื่อมั่นว่าตำรวจจะสามารถสรุปผลได้ เช่นเดียวกับทา ป.ป.ช. โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำมาประกอบการพิจารณาร่วมกัน
อีกประเด็นที่สังคมจับตาคือรายชื่อในกลุ่มแรก ซึ่งเป็นผู้ที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน 3,621 ราย จะมีการเปิดเผยต่อสาธารณชนหรือไม่ ปลัดมหาดไทยกล่าวว่า เมื่อที่ประชุมมีมติแล้ว จะมีการแจ้งไปยังแต่ละจังหวัด และจังหวัดจะส่งต่อไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เป็นผู้บรรจุ โดยเมื่อมีมติออกมาแล้ว ก็ต้องดำเนินการเพิกถอน ซึ่งถือเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีสองแนวทาง แต่ตามกฎหมายต้องแจ้งไปยังแต่ละจังหวัดที่มีการบรรจุ ส่วนท้ายที่สุดแล้ว ทั้ง 3,621 ราย สื่อมวลชนก็น่าจะได้รับทราบอยู่แล้ว
อีกประเด็นที่ถูกจับตา คือกรณีที่ในโซเชียล ระบุว่า นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สนิทกับ นายวิน ผู้ต้องหาในคดีทุจริตสอบ นายนิรัตน์ ยอมรับว่า รู้จักกับ นายวิน แต่ไม่เคยจ้างงานนายวิน และ นายวิน ก็ไม่เคยมาของานตน


