นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 2/2569 ว่า ที่ประชุมมีมติปรับเกณฑ์ค่าไฟโดยคิดอัตรา 3 บาท ในกลุ่มผู้ใช้ 200 ยูนิตแรก นอกจากนี้ให้ไปคิดค่าไฟโดยจะเก็บจากกลุ่มอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงที่ประชุมมีมติ ให้เอาค่าไฟสาธารณะออกจากบิลของประชาชน โดยรัฐบาลจะไปหาวิธีการบริหารจัดการงบประมาณเอง โดยสิ่งที่เราจะทำคือนำมาจากตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ที่จะมีการลงทุนในอนาคต
ที่ประชุม กพช.วันนี้จะส่งมติต่อให้กับคณะคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) รวมถึงรับฟังความคิดเห็นอีก 15 วัน จากนั้นจะนำไปพิจารณาเรื่องราคา และอีกส่วนที่ได้จากผลประกอบการของดาต้าเซ็นเตอร์ ก็จะนำมาชดเชยกับในส่วนของค่าไฟสาธารณะ ประมาณ 1.8 หมื่นล้าน ก่อนนำเสนอสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยคิดว่าจะดำเนินการได้เร็วที่สุดภายในรอบบิลเดือนสิงหาคมนี้
ส่วนการนำไฟทางและสาธารณะออกมาโดยที่ไม่เรียกเก็บจากดาต้าเซ็นเตอร์ จะต้องนำงบประมาณส่วนหนึ่งมาใช้ ใช่หรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า ต้องดูว่าจะจัดการตรงนี้อย่างไร โดยการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะรับไปดูแล โดยดูจากผลกำไรของกิจกรรมต่างๆ และส่วนหนึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.ไปดูแล สัดส่วนจะออกมาอย่างไรต้องรอ กกพ.เรียกคุยอีกครั้ง โดยประชาชนไม่ต้องเข้ามารับผิดชอบ
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องค่าไฟของดาต้าเซนเตอร์ ที่อาจแพงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อการลงทุนหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า คณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นจะมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน โดยจะพิจารณาจากการลงทุนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และค่าไฟของประเทศอื่นมาประกอบกับมาตรการที่เราจะคิดว่าเป็นอย่างไร โดยต้องพิจารณาข้อดี-ข้อเสีย ซึ่งข้อดี คือ จะมีการลงทุนมหาศาล แต่ไม่เกิดการจ้างงาน และใช้ทรัพยากรในไทยเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าเป็นน้ำ-ไฟ หากยิ่งใช้ไฟมาก ต้นทุนก็มาก


