xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ว่าฯ กทม.สั่งอพยพ ปชช.อาคารใกล้เคียงรัศมี 30 ม.- ปิดการจราจร ถ.ประชาธิปก คาดใช้เวลา 1 สัปดาห์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล เดินทางลงพื้นที่บริเวณวงเวียนใหญ่ เดินมาถึงเมื่อเวลาประมาณ 17.50 น. จากนั้นได้มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถึงสถานการณ์ล่าสุด จากนั้นก็ได้เดินทางขึ้นไปดูที่บริเวณจุดไซด์งาน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ก่อนที่ในเวลา 19.00 น. นายชัชชาติ เดินทางกลับมาที่บริเวณวงเวียนใหญ่ ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดข็้นเป็นอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งเป็นอุโมงค์เส้นเดียวกับที่หน้าโรงพยาบาลวชิระ แต่ว่าเป็นคนละผู้รับเหมากัน ตรงจุดนี้ก็เป็นจุดที่ต่ำสุด และมีเหมือนกับเป็นบ่อสำหรับรับน้ำอยู่ด้านล่าง ซึ่งมีน้ำรั่วเข้ามา ทำให้ดินทรุด

โดยวิธีการแก้ไข ทาง รฟม. กับผู้รับจ้าง จะเป็นคนดำเนินการ แต่ในส่วนของ กทม. จะดูแลความปลอดภัยด้านบน ซึ่งได้สั่งการไว้ก็มีอยู่ 4-5 เรื่อง เรื่องแรกคือ ดูแลสถานการณ์ด้านนอก ต้องดูว่าอัตราน้ำที่รั่วเข้าไปในอุโมงค์เพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน หรือว่ามีดินมากแค่ไหน อัตราการทรุดตัวของดินด้านนอก และการเอียงของตึกเป็นเท่าไร ก็จะมีการตรวจสอบทั้งหมด เพื่อให้ดูว่ามันมีความเสียหายเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน โดยในขั้นต้นจะดูรัศมีประมาณ 30 เมตรจากจุดที่เกิดเหตุ เพราะว่าความลึก 30 เมตร อันดับแรกจึงจะต้องมีการอพยพประชาชนจากอาคารด้านหลัง 2-3 อาคาร ซึ่งจะมีการดำเนินงานอพยพคน โดยให้ย้ายไปชั่วคราวก่อน ส่วนตึกที่ใกล้สุด (ธนาคารเก่า) ไม่มีคนอยู่แล้ว เพราะเขาเป็นตึกที่เรโนเวตอยู่ ส่วนตึกอื่นยังไม่มีความอันตราย แต่ก็ให้คอยเฝ้าระวัง

อันที่สอง คือเรื่องการจราจร เพื่อความปลอดภัย และลดความสั่นสะเทือน แนะนำให้ปิดจราจรถนนประชาธิปก ตั้งแต่แยกบ้านแขก ถึงอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ก็ปิดการจราจร เพราะฉะนั้นคนที่ใช้สะพานพุทธ ให้เลี้ยวที่สี่แยกบ้านแขก ไปทางอิสรภาพ ไปลาดหญ้าได้ หรือจะไปถนนสมเด็จเจ้าพระยาได้ จะมีรายละเอียดในการเดินทางให้พี่น้องประชาชนต่อไป

อันที่สามคือ จะมีการจัดศูนย์บัญชาการที่นี่ กรุงเทพมหานครก็ให้ผู้อำนวยการทั้ง 2 เขต คือ ธนบุรี และคลองสาน รวมถึง สน.บุปผาราม จะเป็นผู้ประสานงานอำนวยการเหตุอยู่ที่นี่ จะมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ รอดูสถานการณ์ว่าจะมีการแก้ไขปัญหาอย่างไร เบื้องต้นก็คงอย่างน้อยก็ 1 สัปดาห์ ที่จะต้องอพยพคนออกไปก่อน เพื่อความปลอดภัย ก็เอาความปลอดภัยสูงสุด ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้สั่งการไว้

ส่วนลักษณะการเอียง หรือทรุดตัว เท่าที่ฟังรายงาน อาจจะมีเพิ่มขึ้นนิดหน่อยเมื่อวานนี้ แต่ตอนนี้สถานการณ์เริ่มทรงตัว โดยหลังจากที่ไปคุยกับทางผู้รับเหมา เขามีการมอนิเตอร์อยู่ แต่เราไว้วางใจไม่ได้ ก็คงต้องมีการมอนิเตอร์ของเราเองต่างหากด้วย ซึ่งก็คงต้องดูเรื่องตึก เรื่องสะพานลอยข้ามถนน ที่อยู่ตรงกลาง

สำหรับแนวทางแก้ไข คงมีหลายวิธี ซึ่งเป็นทางเทคนิค อันนี้เราก็คงไม่ก้าวล่วงมาก แต่หลักการคือเขาพยายามหยุดน้ำให้ได้ แล้วก็ทำดินให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งอันนี้คงต้องเป็นทางผู้รับเหมาเขา


เมื่อถามว่า ตัวอาคารมีแนวโน้มที่จะเสี่ยงถล่มหรือไม่นั้น ผู้ว่าฯกทม. บอกว่า ต้องมีการมอนิเตอร์มากขึ้น อาคารตรงนี้มันจะมีอาคารเดิม กับอาคารที่มีการต่อเติมเพิ่มขึ้นมา เข้าใจว่าสองตัวนี้อาจจะไม่ได้มีความต่อเนื่องกัน แต่อาจจะมีรอยร้าวระหว่างสองส่วน ก็ยังไม่ต้องตระหนกมาก แต่เราก็มีการติดตั้งเครื่องวัดอัตโนมัติ ถ้าเกิดมีการเคลื่อนไหว ก็จะมีเสียงเตือนภัย และตอนนี้มีทางอธิบดี ปภ. ก็ได้นำเครื่องมาติดตั้งเพิ่มด้วย กึคงต้องมอนิเตอร์เรื่องนี้อย่างละเอียดต่อไป

ในส่วนของรอยร้าวอาคาร รอยแตก ต้องดูอีกทีหนึ่ง โดยผู้รับจ้างเขามีบริษัทประกันภัยอยู่ แต่ว่าตอนนี้ดูเรื่องความปลอดภัยเป็นหลักก่อน ส่วนเรื่องคนรับผิดชอบระยะยาวว่ากันอีกที

เช่นเดียวกับเรื่องของการเยียวยา หากมีการอพยพประชาชนออกไป ผู้ว่าฯ บอกว่า เบื้องต้น ที่พัก ทางผู้รับจ้างเขาเป็นผู้รับผิดชอบ 100% อยู่แล้ว ส่วนเรื่องค่าเสียหายอื่นคงว่ากันอีกที แต่ว่าขอย้ำว่าตอนนี้ไม่ต้องตื่นตระหนก มีการมอนิเตอร์ตลอดเวลา

ทั้งนี้ สิ่งที่กังวล คือเรื่องการจราจรเป็นหลัก เพราะแถวนี้ก็มีโรงเรียนหลายแห่ง ทั้งโรงเรียนสวนกุหลาบ โรงเรียนศึกษานารี ต้องคิดอีกที อนาคตถ้าเกิดมีการปิดถนน ในระยะยาวอาจต้องมีการจัดรถโรงเรียนเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถส่งนักเรียน แล้วก็ให้นั่งรถโรงเรียนเข้ามาได้ ต้องลองดูเส้นทาง โดยส่วนตัวเป็นห่วงเรื่องการจราจร เพราะจุดนี้ก็เป็นจุดคอขวดอยู่แล้ว ที่คนต้องข้ามไปฝั่งพระนคร กับฝั่งธนบุรี