น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในฐานะโฆษก ป.ป.ส. เปิดเผยถึงการขยายผลตรวจสอบเครือข่ายลักลอบขนเฮโรอีนข้ามชาติ ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับกรณีของ น.ส.มีนา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมตัว เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่า ภายหลังการสืบสวนสอบสวน และขยายผลรวบรวมพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถนำเอาหลักฐานทั้งหมด และพฤติการณ์ทางคดีเสนอต่อศาลอาญารัชดาภิเษก เพื่อพิจารณาขอออกหมายจับบุคคล เป็นชายชาวลาว 2 ราย อายุประมาณ 40-50 ปี อาศัยอยู่ในประเทศลาว โดยทั้งคู่ถือเป็นตัวการหลักสำคัญ เป็นเจ้าของยาเสพติดระดับพื้นที่ มีการโอนเงินจ่ายเครือข่ายให้แบ่งหน้าที่กันทำ และสั่งการเครือข่ายให้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณริมแม่น้ำโขง ก่อนมีคนไทยรับเอายาเสพติดไปกระจายพักยังจุดต่างๆ และเตรียมนำส่งเข้าพื้นที่กรุงเทพฯชั้นใน ด้วยวิธีการจัดส่งผ่านกล่องพัสดุ หรืออื่นๆ จากนั้นจะกระจายออกประเทศปลายทางที่สาม ตามรายชื่อผู้รับที่ลิสต์เตรียมไว้
ทั้งนี้ หากศาลอาญาอนุมัติหมายจับ จะได้ประสานทางการ สปป.ลาว ให้ช่วยจับกุมตัวชายชาวลาว 2 รายนี้ เพื่อส่งให้ไทยดำเนินคดี ในฐานความผิด สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด, สนับสนุนหรือช่วยเหลือ, และเป็นตัวการร่วมหรือผู้ใช้ให้กระทำความผิด ในข้อหาจำหน่ายหรือลักลอบนำเข้า-ส่งออกยาเสพติด ตาม ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 และความผิดเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
นอกจากนี้ ได้มีการตรวจสอบย้อนหลังในคดียาเสพติดที่ผ่านมา พบว่าชายชาวลาว 2 รายนี้ มีแผนประทุษกรรมในคดีลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ ที่คล้ายคลึงในลักษณะกรณีของ น.ส.มีนา มาก่อนหน้านี้บ่อยครั้ง ดังนั้นเฮโรอีนที่ส่งไปถึง น.ส.มีนา จึงไม่ใช่ลอตแรกที่ชายชาวลาว 2 รายนี้สั่งเครือข่ายดำเนินการ
ส่วนชายชาวลาว 2 รายนี้ จะมีความเชื่อมโยงกับผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ "Rose Rose" ซึ่งเป็นผู้ทักแชทข้อความหา น.ส.มีนา เพื่อขอฝากหิ้วกระเป๋าผ้าลายปักช้างไทย ซึ่งซุกซ่อนยาเสพติดเฮโรอีนด้านใน ไปส่งยังเครือข่ายปลายทางประเทศออสเตรเลีย จะเป็นคนกลุ่มเดียวกันหรือไม่นั้น ยืนยันว่าจะไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง และจะไม่รีบเร่งด่วนสรุปว่าเป็นคนกลุ่มเดียวกันหรือไม่ อีกทั้งยังมีผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อ "Rin Rin" ที่ประสานงานติดต่อกับนายอุทัย (ไรเดอร์มือขนกล่องพัสดุยาเสพติดไปส่งคอนโดฯ ของ น.ส.มีนา) ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกว่ามีความเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ "Rose Rose" หรือไม่ เพราะอาจเป็นคนกลุ่มเดียวกัน แต่ปกปิดตัวตนไม่ให้รู้ว่ามีความเกี่ยวข้องกัน เนื่องจากเครือข่ายนี้มักจะมีการแบ่งหน้าที่กันทำในกลุ่ม โดยไม่ให้แต่ละคนรู้จักกัน เพื่อเวลาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ จะไม่มีการขยายผลซัดทอดมาถึงผู้บงการ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้รอบด้าน จากนั้นจึงจะนำไปสู่ขั้นตอนการดำเนินคดีต่อคนกลุ่มนี้ให้ครบทุกคน


