xs
xsm
sm
md
lg

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภครับอานิสงส์ "ไทยช่วยไทยพลัส" ปรับเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ พร้อมด้วย ผศ.ดร.วิริช คุณากรวิภาพ รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และ อาจารย์วาทิต รักษ์ธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ร่วมแถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ประจำเดือนมิถุนายน 2569

รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 50.7 เพิ่มขึ้นจาก 49.5 ในเดือนพฤษภาคม นับเป็นการปรับตัวดีขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยผู้บริโภคเริ่มคลายความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน หลังมีการหยุดยิงชั่วคราว ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกและในประเทศปรับลดลง ขณะเดียวกันรัฐบาลเริ่มดำเนินมาตรการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ ช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อการบริโภคและกำลังซื้อของประชาชน

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากการส่งออกของไทยที่ยังขยายตัว ตลาดหลักทรัพย์ไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงผลผลิตสินค้าเกษตรบางชนิดที่ออกสู่ตลาด ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรและกระตุ้นการใช้จ่ายในต่างจังหวัด

ผลสำรวจยังพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมเพิ่มจาก 43.1 เป็น 44.1 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำเพิ่มจาก 47.5 เป็น 48.7 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตเพิ่มจาก 57.9 เป็น 59.3 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันเพิ่มจาก 33.6 เป็น 34.5 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคตเพิ่มจาก 57.3 เป็น 58.7

อย่างไรก็ตาม ดัชนีทุกตัวยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 สะท้อนว่า​ ผู้บริโภคยังไม่มั่นใจต่อภาวะเศรษฐกิจ การจ้างงาน และรายได้ในอนาคต โดยยังมีปัจจัยลบจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจที่อยู่ในระดับสูง ค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือน ตลอดจนผลกระทบจากสินค้านำเข้าราคาถูก และปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในบางพื้นที่ ซึ่งยังเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ

รศ.ดร.ธนวรรธน์คาดว่า ผู้บริโภคจะยังใช้จ่ายอย่างระมัดระวังในช่วงนี้ แต่การบริโภคมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 3 จากผลของมาตรการ ไทยช่วยไทย พลัส ที่ดำเนินการต่อเนื่องถึงเดือนกันยายน 2569 และหากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายอย่างยั่งยืน พร้อมกับราคาน้ำมันทรงตัวในระดับต่ำ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการใช้จ่ายภายในประเทศจะฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 ของปี

ส่วนผลสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย เดือนมิถุนายน อยู่ที่ 41.4 ลดลงจากเดือนก่อน 0.3 จุด สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจ แม้มาตรการไทยช่วยไทย พลัสจะช่วยพยุงบรรยากาศการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่เพียงพอให้ภาคธุรกิจฟื้นตัวอย่างทั่วถึง โดยผู้ประกอบการยังต้องการให้ภาครัฐเร่งมาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อ การปรับโครงสร้างหนี้ และการลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ เพื่อเสริมสภาพคล่องและกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป