นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดการประชุมสัมมนาเครือข่ายครูอาสาประจำปี 2569 เรื่อง ยกระดับครูบัญชีอาสายุคดิจิทัล เพื่อเกษตรกรไทย พร้อมมอบรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์ม ประจำปี 2569 เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติครูบัญชีอาสาทั่วประเทศและเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุ่งติดอาวุธทางปัญญาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีบัญชีสมัยใหม่ ส่งต่อความรู้สู่ชุมชนทั่วประเทศ โดยมีนายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวต้อนรับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา
นางสาวปิยะรัฐชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรภายใต้แนวคิด “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดยมุ่งยกระดับภาคการเกษตรด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยมี “ครูบัญชีอาสา” เป็นกลไกสำคัญในระดับพื้นที่ที่อยู่ใกล้ชิดกับเกษตรกรไทยนับล้านคนทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลนี้ ครูบัญชีอาสาไม่ได้เป็นเพียงผู้สอนการทำบัญชีเท่านั้น แต่ต้องได้รับการยกระดับศักยภาพและการเรียนรู้ด้านทักษะดิจิทัล เพื่อก้าวสู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่สามารถนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลการเกษตรได้อย่างเท่าทัน ช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ในการวางแผนการผลิต การลงทุน และบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างเหมาะสม สามารถก้าวสู่การเป็นเกษตรกรยุคใหม่ที่มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้ และพร้อมรับมือกับความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เร่งผลักดันและขับเคลื่อนการพัฒนาสมรรถนะผ่านการ Reskill ครูบัญชีอาสา สู่การเป็นเกษตรกร Smart Farmer ควบคู่กับการ Upskill อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) และหมอดินอาสา เพื่อยกระดับสู่ครูบัญชีอาสาทุกตำบล นำนวัตกรรมดิจิทัลมาช่วยพลิกฟื้นและแก้ไขปัญหาหนี้สินให้พี่น้องเกษตรกรได้อย่างตรงจุดและทั่วถึงครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมสร้างวินัยทางการเงินและการออมตั้งแต่ระดับฐานราก ในโอกาสนี้ ขอแสดงความยินดีกับครูบัญชีดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์ม ทั้ง 78 ราย ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ซึ่งถือเป็นต้นแบบของความทุ่มเทและเสียสละเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง จึงขอให้มีขวัญและกำลังใจที่ดีในการทำงาน คอยแนะนำและติดตามการทำบัญชีอย่างใกล้ชิด ซึ่งพลังขับเคลื่อนจากคนในพื้นที่จะช่วยเปลี่ยนวิธีคิดด้านต้นทุน การยกระดับรายได้ และช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโต ซึ่งหากชุมชนใดมีครูบัญชีที่เข้มแข็ง ชุมชนนั้นก็จะปรับตัวได้ไว และสร้างรายได้ที่มั่นคงอย่างยั่งยืน
นางสาวปิยะรัฐชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรภายใต้แนวคิด “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดยมุ่งยกระดับภาคการเกษตรด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยมี “ครูบัญชีอาสา” เป็นกลไกสำคัญในระดับพื้นที่ที่อยู่ใกล้ชิดกับเกษตรกรไทยนับล้านคนทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลนี้ ครูบัญชีอาสาไม่ได้เป็นเพียงผู้สอนการทำบัญชีเท่านั้น แต่ต้องได้รับการยกระดับศักยภาพและการเรียนรู้ด้านทักษะดิจิทัล เพื่อก้าวสู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่สามารถนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลการเกษตรได้อย่างเท่าทัน ช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ในการวางแผนการผลิต การลงทุน และบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างเหมาะสม สามารถก้าวสู่การเป็นเกษตรกรยุคใหม่ที่มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้ และพร้อมรับมือกับความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เร่งผลักดันและขับเคลื่อนการพัฒนาสมรรถนะผ่านการ Reskill ครูบัญชีอาสา สู่การเป็นเกษตรกร Smart Farmer ควบคู่กับการ Upskill อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) และหมอดินอาสา เพื่อยกระดับสู่ครูบัญชีอาสาทุกตำบล นำนวัตกรรมดิจิทัลมาช่วยพลิกฟื้นและแก้ไขปัญหาหนี้สินให้พี่น้องเกษตรกรได้อย่างตรงจุดและทั่วถึงครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมสร้างวินัยทางการเงินและการออมตั้งแต่ระดับฐานราก ในโอกาสนี้ ขอแสดงความยินดีกับครูบัญชีดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์ม ทั้ง 78 ราย ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ซึ่งถือเป็นต้นแบบของความทุ่มเทและเสียสละเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง จึงขอให้มีขวัญและกำลังใจที่ดีในการทำงาน คอยแนะนำและติดตามการทำบัญชีอย่างใกล้ชิด ซึ่งพลังขับเคลื่อนจากคนในพื้นที่จะช่วยเปลี่ยนวิธีคิดด้านต้นทุน การยกระดับรายได้ และช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโต ซึ่งหากชุมชนใดมีครูบัญชีที่เข้มแข็ง ชุมชนนั้นก็จะปรับตัวได้ไว และสร้างรายได้ที่มั่นคงอย่างยั่งยืน


