นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ว่า ต้องแล้วแต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
พร้อมกล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลทำได้ดีที่สุด คือพยายามชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนรอบด้าน เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพาพลังงานมากและเรื่องนี้ถือเป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศไทยพึ่งพาน้ำมันมาก สะท้อนให้เห็นจากตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุล ส่วนใหญ่มาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ยังไม่รู้ว่าสงครามจะจบอย่างไรหรือจะเริ่มใหม่หรือไม่ ตรงนี้ทำให้โครงสร้างพื้นฐานพลังงานโลกถูกทำลายลงไปเยอะ ส่งผลต่อราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลในตลาดโลกยังสูงขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อถามว่ารัฐบาลได้เตรียมแผนสำรองกรณีที่คำพิพากษาอาจไม่เป็นคุณต่อรัฐบาลไว้หรือไม่ นายเอกนิติกล่าวว่า วันนี้ต้องใช้ทุกภาคส่วน และแผนสำคัญที่เราดำเนินการอยู่ในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน คือพยายามจับมือภาคเอกชน เพื่อร่วมลงทุน ผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ซึ่งงบที่จะนำมาช่วยตรงนี้ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้เร็วขึ้น เพราะยิ่งรอนาน จะทำให้เศรษฐกิจไทยอ่อนแอ ขณะที่ราคาน้ำมันตลาดโลกยังสูง และไทยยังต้องนำเข้าในภาวะที่โครงสร้างทางเศรษฐกิจไทยเปราะบางมาก


