พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน คณะกรรมการยกร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ,กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติของรัฐสภา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน ว่า สื่อหลายสำนักเริ่มเสนอข่าวการจะเกษียณอายุราชการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ในวันที่ 30 กันยายนนี้ และคาดว่าใครจะมาเป็น ผบ.ตร.คนต่อไป จะยึดหลักอาวุโส หรือยึดด้วยแต่ไม่เคร่งครัด หรือไม่ให้ความสำคัญเลย จะเขียนให้ได้อ่านกันภายในสัปดาห์หน้า เพราะเป็นหนึ่งในกรรมการผู้ยกร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ฉบับนี้ เมื่อเห็นการใช้และการตีความกฎหมายแล้ว แทบจะวิ่งเอาหัวชนกำแพง ตีความแบบเอาถนนซอย หรือช่องเล็กๆ มาเป็นเส้นทางหลักอ้างว่ากฎหมายไม่ได้บัญญัติ
ทั้งนี้ มีคดีที่ประชาชนสนใจอยู่หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือ เรื่องคนป่วยชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ “ป่วยหนักจริง” “ไม่จริง” ไปนอนพักรักษาตัวอยู่ห้อง VVIP อย่างยาวนาน เป็นการกระทำที่ชอบหรือไม่ คำว่า ชอบหรือไม่ ในความหมายนี้คือ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ หรือแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจ หรือทั้งสองร่วมกันหรือไม่ ซึ่งดาบแรก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทำการไต่สวนจนเสร็จสิ้น สรุปผลนำเสนอต่อสาธารณชนไว้อย่างละเอียดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ดาบสอง แพทยสภาได้ทำการตรวจสอบเรื่องนี้โดยละเอียดแล้วนำเข้าที่ประชุมใหญ่พิจารณา และมีมติชี้ชัดว่า การปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์ผู้เกี่ยวข้องหลายท่านไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพของแพทย์โดยได้สั่งลงโทษหนักเบาลดหลั่นกันไป ไม่ป่วยหนักจนถึงขนาดต้องนอนยาว
ดาบสาม ถือเป็นดาบที่รุนแรงที่สุด ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 บังคับโทษจำคุกนักโทษคนดังกล่าวเป็นเวลา 1 ปี โดยมติเป็นเอกฉันท์ 5-0 ชี้ว่า การออกไปพักรักษาตัวนอกเรือนจำไม่เป็นไปตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ และไม่นับระยะเวลาดังกล่าวเป็นวันต้องโทษ ให้นำตัวกลับเข้าคุมขังในเรือนจำทันที ตั้งแต่วันที่มีคำสั่ง ในส่วนของอาการป่วย ศาลท่านชี้ชัดว่า พยานหลักฐานชี้ว่าอาการป่วยไม่ได้อยู่ในขั้นวิกฤตที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์จะรักษาไม่ได้ ซึ่งสอดคล้องกับมติของแพทยสภา นอกจากนี้ ยังมีผู้ไปกล่าวโทษทั้งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และแพทย์โรงพยาบาลตำรวจหลายนาย ไว้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วย
ทั้งนี้ มีคดีที่ประชาชนสนใจอยู่หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือ เรื่องคนป่วยชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ “ป่วยหนักจริง” “ไม่จริง” ไปนอนพักรักษาตัวอยู่ห้อง VVIP อย่างยาวนาน เป็นการกระทำที่ชอบหรือไม่ คำว่า ชอบหรือไม่ ในความหมายนี้คือ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ หรือแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจ หรือทั้งสองร่วมกันหรือไม่ ซึ่งดาบแรก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทำการไต่สวนจนเสร็จสิ้น สรุปผลนำเสนอต่อสาธารณชนไว้อย่างละเอียดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ดาบสอง แพทยสภาได้ทำการตรวจสอบเรื่องนี้โดยละเอียดแล้วนำเข้าที่ประชุมใหญ่พิจารณา และมีมติชี้ชัดว่า การปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์ผู้เกี่ยวข้องหลายท่านไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพของแพทย์โดยได้สั่งลงโทษหนักเบาลดหลั่นกันไป ไม่ป่วยหนักจนถึงขนาดต้องนอนยาว
ดาบสาม ถือเป็นดาบที่รุนแรงที่สุด ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 บังคับโทษจำคุกนักโทษคนดังกล่าวเป็นเวลา 1 ปี โดยมติเป็นเอกฉันท์ 5-0 ชี้ว่า การออกไปพักรักษาตัวนอกเรือนจำไม่เป็นไปตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ และไม่นับระยะเวลาดังกล่าวเป็นวันต้องโทษ ให้นำตัวกลับเข้าคุมขังในเรือนจำทันที ตั้งแต่วันที่มีคำสั่ง ในส่วนของอาการป่วย ศาลท่านชี้ชัดว่า พยานหลักฐานชี้ว่าอาการป่วยไม่ได้อยู่ในขั้นวิกฤตที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์จะรักษาไม่ได้ ซึ่งสอดคล้องกับมติของแพทยสภา นอกจากนี้ ยังมีผู้ไปกล่าวโทษทั้งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และแพทย์โรงพยาบาลตำรวจหลายนาย ไว้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วย


