xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะเคาะมาตรการควบคุม-สกัดกั้นยาเสพติดไปยังต่างประเทศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2569 วันนี้ (3 ก.ค.) ว่า นายกรัฐมนตรีย้ำถึงสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในประเทศไทย ส่งผลกระทบและความเดือดร้อนต่อประชาชน สาเหตุหนึ่งคือแหล่งผลิตยาเสพติดมาจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ เป็นแหล่งผลิตที่มีศักยภาพการผลิตในระดับสูง โดยเฉพาะยาบ้าและไอซ์ ทำให้มีขบวนการค้ายาเสพติดตามแนวชายแดนลักลอบนำเข้าสู่ประเทศไทย เข้ามาพักคอยในพื้นที่ตอนในและขนส่งผ่านระบบโลจิสติกส์ เพื่อส่งต่อกระจายในพื้นที่ต่าง ๆ เข้ามาค้าขายและแพร่ระบาดในหมู่บ้าน ชุมชน กลุ่มเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการเข้าสู่วงจรยาเสพติดเร็วขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ที่มีอาการทางจิตเวชจากยาเสพติดยังส่งผลกระทบความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในหมู่บ้าน ชุมชนเป็นจำนวนมาก กำชับให้ทุกหน่วยงาน ทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง การท่าอากาศยาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เพื่อบูรณาการการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย พร้อมย้ำถึงคดีแอร์สาวการบินไทยว่าทุกฝ่ายต้องดำเนินคดีอย่างรัดกุมรอบคอบ เน้นรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน และประสานส่งสำนวนคดีให้ทางการออสเตรเลียดำเนินการตามกฎหมาย  คดีนี้ได้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศไทยและสายการบินเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ที่ประชุมรับทราบมาตรการในการควบคุมและสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดถูกลำเลียงออกไปยังต่างประเทศดังนี้ 1. การท่าอากาศยานบูรณาการร่วมกับศุลกากรและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการตรวจสัมภาระของผู้โดยสาร และสัมภาระขนส่งในขาออกผ่านการ X-ray และการใช้สุนัข K9 ดมกลิ่น 2. การท่าอากาศยานจะเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสัมภาระของลูกเรืออย่างเข้มงวดและจริงจัง 3. สถาบันการบินพลเรือนและการบินไทยรวมถึงสายการบินอื่น ๆ จะมีกฎระเบียบที่เข้มงวดกับลูกเรือในการรับหิ้ว รับฝากสิ่งของ และดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรง หากฝ่าฝืนจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 4. เห็นชอบกรมศุลกากร ยกร่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อจัดตั้งหน่วยข้อมูลผู้โดยสาร (Passenger Information Unit :PIU) เพื่อยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้โดยสารระหว่างประเทศ (Passenger Name Record :PNR) 5. สถาบันการบินพลเรือนจะยกระดับการพัฒนาศักยภาพให้กับบุคลากรในการตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารและลูกเรือ และ 6.ให้ดำเนินการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างกรมศุลกากร การท่าอากาศยานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ