ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษาคดีอุ้มบุญ 2 คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ ฟ้อง พ.อ.นพ.ชนินทร์ อดีตแพทย์สูตินรีเวช กับพวก รวม 10 คน จำเลยความผิดฐานมีส่วนร่วมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันดำนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า, นำเข้าหรือส่งออกซึ่งไข่ตัวอ่อนอสุจิและไข่มนุษย์ โดยจำเลยได้ประกันตัวชั่วคราว
ทั้งนี้ ที่ห้องพิจารณาคดี 904 จำเลยเดินทางมาเข้าฟังครบทั้ง 10 คน มีทั้งแพทย์และกลุ่มนายหน้า
เมื่อศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกลุ่มแพทย์ และนายหน้า มีการวางแผนกันเป็นระบบ เป็นการร่วมกันกระทำผิดกฎหมาย มีวัตถุประสงค์ผลประโยชน์เพื่อการค้าขายไข่ มีการเสนอขายรูปร่างหน้าตา ซื้อขายกันตามอำเภอใจ มีพฤติการณ์แสดงให้เห็นมีส่วนร่วมกระทำกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
โดยจำเลยที่ 1-4 ซึ่งทำหน้าที่เป็นสูตินรีแพทย์ มีความรู้หน้าที่ประกอบกับอาชีพแพทย์ต้องรู้และปฏิบัติตามวิชาชีพ แต่อ้างเป็นกระทำที่ต่างประเทศ ไม่มีกฎหมายห้าม แต่ประเทศไทยถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งมีข้อกำหนดในแพทยสภาแล้วแต่หาทางหลีกเลี่ยง แทนที่จะเคารพตามกฎหมาย แต่กลับนำเซลล์หรือร่างกายของมนุษย์ไปทำการค้า เสมือนมนุษย์เป็นวัตถุ สินค้า เพื่อผลประโยชน์ ก่อให้เกิดความเสียหาย
ส่วนจำเลยที่ 7-10 กลุ่มนายหน้า ทำให้เด็กต้องเติบโตโดยมีแผลในใจไปตลอดชีวิต และรัฐต้องดูแล นอกจากนี้จำเลยยังทำลายภาพลักษณ์ชื่อเสียงประเทศ
จึงเห็นควรลงโทษสถานหนักในจำเลยที่ 1 จำคุก 15 ปี, จำเลยที่ 2 จำคุก 13 ปี 51 เดือน, จำเลยที่ 3 จำคุก 10 ปี 6 เดือน, จำเลยที่ 4 จำคุก 13 ปี 6 เดือน, จำเลยที่ 7 จำคุก 7 ปี 6 เดือน, จำเลยที่ 8 จำคุก 13 ปี 6 เดือน, จำเลยที่ 9 จำคุก 4 ปี 6 เดือน, จำเลยที่ 10 จำคุก 10 ปี 6 เดือน
ทั้งนี้ ยกฟ้องจำเลยที่ 5 และ 6 เหตุพยานหลักฐานไม่เพียงพอ จึงยกประโยชน์ความสงสัยให้จำเลย
คดีนี้ ตำรวจ ปคม. มีพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่าผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายของนายจ้าวหราน (Mr.RAN ZHAO) นายทุนชาวจีนรับจ้างอุ้มบุญข้ามชาติ และถูกตำรวจจับเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งเครือข่ายนี้มีนายทุนชาวจีนว่าจ้างหญิงไทยอุ้มท้อง โดยเลี่ยงกฎหมาย พาไปฉีดสเปิร์มในประเทศเพื่อนบ้าน แล้วกลับมาพักในไทยจนท้องแก่จึงไปคลอดที่ประเทศจีน โดยแนวทางการสืบสวนพบว่านายแพทย์รายนี้ทำหน้าที่ผสมหัวเชื้อสเปิร์มและฉีดเชื้อใส่รังไข่แม่อุ้มบุญ เพื่อให้ตั้งครรภ์ จึงนับเป็นบุคคลสำคัญในขบวนการ
นอกจากนี้ตำรวจได้จับกุมนายหน้าหญิงไทยคนหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่รับโอนเงิน ได้ที่บ้านพักย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ ตรวจพบเส้นทางธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศมากกว่า 70 ครั้ง
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวมีการแยกฟ้องจำเลยออกเป็นหลายกลุ่ม โดยนายจ้าวหราน (นายทุนใหญ่) พร้อมพวกอีก 3 คน ให้การรับสารภาพในคดีหลัก ที่ว่าจ้างหญิงไทยให้มารับจ้างตั้งครรภ์หรืออุ้มบุญ โดยผิดกฎหมาย เหตุเกิดในกรุงเทพฯ และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ศาลตัดสินจำคุกคนละ 150 ปี และลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือคนละ 75 ปี อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายกำหนดให้จำคุกได้ไม่เกิน 50 ปี คงจำคุกจำเลยทั้งสี่ไว้คนละ 50 ปี ซึ่งขณะนี้ยังถูกคุมขัง


