การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ... วงเงิน 10,328 ล้านบาท ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง เป็นประธานพิจารณาเสร็จแล้ว มีจำนวนทั้งหมด 5 มาตรา
โดยนายเอกนิติ นำเสนอรายงานของ กมธ.ฯ ว่า หลังสภาฯ รับหลักการวาระที่ 1 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 กมธ. ได้พิจารณาเสร็จแล้ว ร่วมพิจารณารายละเอียดของการโอนงบของหน่วยรับงบประมาณ จำนวน 118 หน่วย จำนวน 10,328 ล้านบาท เพื่อจัดสรรให้กับงบกลาง เพื่อสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินหรือ จำเป็น เพื่อให้การบริหารจัดการงบมีประสิทธิภาพและสอดรับกับภาวะที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทาย จากปัจจัยภายใน และภายนอก ในปีงบประมาณ 2569 อาทิ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาความมั่นคงชายแดน ความผันผวนของตลาดเงิน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาภัยพิบัติที่กระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน ราคาพลังงาน และค่าครองชีพของประชาชน
ทั้งนี้ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวไม่มีการแก้ไข ทำให้ที่ประชุมผ่านการพิจารณาวาระ 2 โดยรวดเร็ว ซึ่งใช้เวลาอ่านรายละเอียดโดยนายชูพงศ์ นิลสกุล ที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ เลขานุการที่ประชุม เพียง 30 วินาที
จากนั้น ได้เข้าสู่การลงมติวาระ 3 ว่าจะเห็นชอบหรือไม่ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 449 เสียง ไม่เห็นชอบ ไม่มี งดออกเสียง 2 เสียง จึงถือว่าที่ประชุมเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ
อย่างไรก็ตาม ในข้อสังเกตของ กมธ. มีสาระสำคัญ อาทิ เสนอแนะให้รัฐบาลคำนึงถึงความคุ้มค่าตามเป้าหมายและให้ดำเนินการตามให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย ขณะที่มีข้อเสนอแนะต่อสำนักงบประมาณด้วยว่า ควรกำหนดมาตรการเชิงระบบเพื่อป้องกันปัญหางบบประมาณพับตก หรือ โอนกลับซ้ำ พร้อมกับให้ทบทวนขั้นตอนที่เกี่ยวข้องทั้งด้านจัดสรรงบปะมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง และบริหารโครงการให้สอดคล้องกับภาวะการณ์ปัจจุบัน
ทั้งนี้ สภาฯ สามารถพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ในวาระ 2 และ 3 ใช้เวลารวม 15 นาที จากนั้นในขั้นตอนต่อไปต้องส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป


