xs
xsm
sm
md
lg

ทภ.2 แถลงโต้เขมร ยันไทยไม่ล้ำแดน-ไม่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กองทัพภาคที่ 2 ออกเอกสารชี้แจงกรณีเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์ประท้วงฝ่ายไทย โดยกล่าวหาว่ากำลังฝ่ายไทยรุกล้ำดินแดนในพื้นที่ตำบลอัมปึล อำเภอบันเตียอัมปึล จังหวัดอุดรมีชัย ด้วยการตัดไม้และติดตั้งลวดหนามบริเวณด่านชายแดนที่ 26 โดยฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) และปฏิญญาร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ครั้งที่ 3

กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่าการปฏิบัติภารกิจและการดำเนินมาตรการปรับปรุงพื้นที่ทั้งหมดอยู่ภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย และเป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ มิได้มีการรุกล้ำอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้านแต่อย่างใด อีกทั้งไม่ขัดต่อบันทึกความเข้าใจ (MOU) หรือปฏิญญาร่วมการประชุม GBC ครั้งที่ 3 เนื่องจากเป็นการดำเนินมาตรการรักษาความมั่นคงภายในเขตแดนไทย เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน โดยไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ชายแดนหรือใช้กำลังคุกคามฝ่ายใด

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวยังอยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงหยุดยิง (Joint Statement) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ยึดถือร่วมกัน โดยไม่มีเจตนาเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนด้วยการใช้กำลัง

สำหรับที่มาของมาตรการในพื้นที่ดังกล่าว สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เมื่อราษฎรไทยในพื้นที่บ้านสายโท ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เข้าไปหาของป่าและจับอึ่งบริเวณท้ายเขื่อนบ้านสายโท 3 ใต้ ตำบลจันทบเพชร ก่อนพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย และได้ยินเสียงสนทนาเป็นภาษากัมพูชา รวมถึงเสียงคล้ายอาวุธปืน ทำให้เกิดความหวาดกลัวและหลบหนีออกจากพื้นที่

ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว กองทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง กองร้อยทหารพราน และหน่วยงานด้านความมั่นคง เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมนำผู้ประสบเหตุชี้จุดเกิดเหตุ และสามารถติดตามนำรถจักรยานยนต์ที่ถูกทิ้งไว้ส่งคืนเจ้าของได้แล้วจากการตรวจสอบไม่พบการตั้งฐานพักหรือสิ่งปลูกสร้างทางทหาร คาดว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าถึง

ทั้งนี้ ข้อมูลด้านการข่าวระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นแหล่งกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน อาทิ การปล้นสะดม การเรียกค่าไถ่ การลักลอบนำยานพาหนะออกนอกประเทศ การลำเลียงยาเสพติด และการค้าอาวุธสงคราม

กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่มีความจำเป็นต้องจัดระเบียบพื้นที่ใหม่ เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยตามแนวชายแดน เพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย โดยยืนยันว่าการถากถางและปรับพื้นที่เป็นไปเท่าที่จำเป็น และดำเนินการภายในเขตแดนไทย มิใช่การรุกล้ำดินแดนประเทศเพื่อนบ้าน

พร้อมกันนี้ การยกระดับมาตรการในช่วงเดือนมิถุนายนเป็นผลจากการประเมินสถานการณ์ต่อเนื่องจากเหตุเดือนพฤษภาคม เพื่อให้การจัดระเบียบพื้นที่มีความรอบคอบและรัดกุมมากยิ่งขึ้น

กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าจะยังคงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายปกครองอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าตรวจและควบคุมพื้นที่ โดยยึดแนวทางสันติวิธี ควบคู่กับการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ รวมทั้งสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดน