นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า ณ วันนี้ยังไม่มีความคิดจะขึ้นดอกเบี้ย หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงินหรือ กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% หลังจากปรับลดมาแล้ว 2 ครั้ง ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาและเดือนก.พ.69 โดยจะพิจารณาตามข้อมูลจริง (Data-driven) หากไม่มีความจำเป็นก็ไม่อยากปรับขึ้นเพราะจะกระทบเศรษฐกิจ โดยอัตราดอกเบี้ยของไทยถือว่าต่ำเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสวิตเซอร์แลนด์ ทำหน้าที่ประคับประคองเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้คนไทย
นายวิทัย กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันจะกดดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้นในระยะสั้น ซึ่งคาดว่าสูงสุดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ แต่เชื่อว่าจะลดลงในเดือนเมษายน ปี 2570 โดยคาดว่าเงินเฟ้อปีนี้เฉลี่ยไม่เกิน 3% อยู่ที่ 2.8% และปี 70 จะอยู่ที่ประมาณ 1.4%
สำหรับค่าเงินบาทที่ปัจจุบันอ่อนค่า 5-6% นายวิทัย กล่าวว่า ยังเคลื่อนไหวสอดคล้องค่าเงินภูมิภาค เช่น อินโดนีเซีย อ่อนค่ามากถึง 8% ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์โลกจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ โดยยืนยันว่าไม่มีเงินทุนไหลออกผิดปกติ และประเทศไทยก็มีทุนสำรองสูงถึง 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีหนี้ระยะสั้นจำกัด
นายวิทัย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.3% ถือว่าสูงสุดในตลาดตอนนี้ เพราะการส่งออกยังขยายตัวได้ดี ซึ่งปีนี้คาดเติบโตสูงถึง 14% เป็นผลจากพื้นฐานเศรษฐกิจ ไม่ใช่การตั้งใจทำให้บาทอ่อนเพื่อเอื้อการส่งออก
ทั้งนี้ ธปท. กำลังเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้ง GDP ของไทยที่ยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ โดยเน้นการกำจัดช่องว่างทางกฎหมายและเศรษฐกิจใต้ดิน ซึ่งที่ผ่านมาได้ออกมาตรการควบคุมทองคำ จัดระเบียบการเทรดทองที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและมักถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน
นอกจากนั้น ธปท.เข้มงวดกับการถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ซึ่งขณะที่ลดปริมาณการถอนเงินสดรายใหญ่ลงได้แล้วถึง 35% และการจัดการบัญชีม้า ยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบและปิดบัญชีที่ต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรทุจริตและการพนันออนไลน์
สำหรับกรณีธุรกิจ Forex ที่เป็นกระแสข่าวอยู่ในเวลานี้ นายวิทัย ยืนยันว่า ธปท.ยังไม่มีนโยบายอนุญาตให้รายย่อย(ประชาชน) ซื้อขาย หรือเทรด Forex (FX) เพื่อเก็งกำไร เนื่องจากมองว่าไม่มีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ ส่วนกรณี Payment Gateway บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตต้องเข้มงวดเรื่องการตรวจสอบร้านค้า (Merchant Due Diligence) หากพบความบกพร่องหรือกระทำผิดกฎหมาย ธปท.พร้อมสั่งปรับหรือถอนใบอนุญาตทันที
ขณะเดียวกัน ในเรื่องการใช้เงินหยวนซื้อขายในประเทศไทย ผ่าน QR Code Payment โดยเน้นย้ำว่าการชำระเงินผ่าน QR Code ในไทยต้องมีการ Convert เป็นสกุลเงินบาทเสมอ หากพบกรณีที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ จะต้องมีการตรวจสอบและสั่งปิดช่องทางดังกล่าว


