xs
xsm
sm
md
lg

"สีหศักดิ์" หวังประธาน UNCLOS ไทย-เขมร เป็นกลาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเลือกประธานกรรมาธิการกระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ว่า ได้มีโอกาสเจอกับผู้ที่ไทยเสนอเป็นผู้ประนอมฝั่งไทย ซึ่งได้เล่าให้ฟังถึงวิธีการเลือกประธานกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ว่า คนที่คัดเลือกมาเรารับได้หรือไม่ แม้ไม่ได้เขียนไว้ว่าคนที่จะมาเป็นประธานจะต้องผ่านการรับรองเห็นชอบของประเทศที่เป็นคู่กรณีกัน ซึ่งจะต้องมีการแจ้งให้ทราบว่าใครที่อยู่ในข่ายที่เห็นว่าเหมาะสม แต่จะดีที่สุดหากทั้งสองฝ่ายเห็นด้วยว่าบุคคลคนนี้เป็นประธานกรรมาธิการฯ ได้มีความเป็นกลาง ซึ่งกระบวนการนี้จะใช้เวลา 30 วัน จะต้องเลือกประธานให้เสร็จ หลังจากนั้นจะกำหนดกรอบวิธีการทำงาน และจะเชิญประเทศไทยไปคุยนำเสนอข้อมูล โดยอาจจะเจอกันเดือนละหนึ่งครั้งหรือสองเดือนครั้ง

ส่วนคำถามที่หลายคนถามว่าทำไมเราถึงยกเลิก MOU 44 นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เรายกเลิก เพราะจะให้มีการเจรจาภายใต้บริบทใหม่ เพราะทั้งไทยและกัมพูชา เป็นภาคี UNCLOS แล้ว ยังไม่จำเป็นเข้าสู่การประนีประนอมภาคบังคับ เพราะยังมีการประนีประนอมโดยสมัครใจ ซึ่งเป็นเจตนาที่ยกเลิก MOU44 และหาก MOU ยังอยู่ เราก็เจรจาไม่สำเร็จ ในขณะที่หลายคนก็วิจารณ์ว่า MOU 44 กัมพูชาอยู่บนพื้นฐานการอ้างสิทธิ์ของกัมพูชาซึ่งขีดเส้นผ่าเกาะกูด และยอมรับว่าช่วงแรกมีความลำบากที่จะผลักดันการเจรจาภายใต้ MOU44 เพราะมีหลายคนไม่เห็นด้วย แต่เจตนาของเราคือ อยากให้มีการเจรจาแบบเริ่มต้นกันใหม่ แต่กัมพูชาก็ดึงเกมของเขา และหากเราคุยกันทางทะเลได้ ก็อาจจะเริ่มคุยเรื่องทางบกที่เขาต้องการมากกว่าด้วยซ้ำไป เพราะมีหลายอย่างจากสงครามที่สร้างปัญหาให้กัมพูชา

ส่วนมีสิทธิ์จะนำไปสู่การยกเลิก MOU43 ด้วยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า โดยไม่เอาเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง MOU ฉบับนี้ก็มีประโยชน์ เพราะมีการตกลงเรื่องหลักเขตไปพอสมควรแล้ว ซึ่งปัญหาแผนที่ 1:200,000 ที่ไทยไม่ยอมรับเพราะทำให้เราสูญเสียประสาทเขาพระวิหาร แต่ใน MOU 43 มีการพูดถึงเอกสารอื่นๆ ด้วยที่จะมาใช้ประกอบ ไม่ใช่เฉพาะ 1:200,000 เพราะต้องดูเนื้อหาของสนธิสัญญาและเรื่องสันปันน้ำ จึงคิดว่า MOU 43 ยังพอไปได้ แต่การต่างประเทศปัจจุบันนี้เรื่องการเปิดรับฟังความเห็นของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ เช่นเดียวกับ UNCLOS ที่เราไม่มีอะไรปิดบัง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกันกับ MOU43 ก็ต้องรับฟัง แม้จะมีเสียงต่างๆ จึงคิดว่ากระทรวงการต่างประเทศจะต้องมีหลัก โดยยึดผลประโยชน์และกฎหมายของประเทศ

แต่หากไทยไม่รับกระบวนการภาคบังคับก็ไม่สามารถที่จะแต่งตั้งคนที่จะมาเป็นผู้ประนอมฝั่งไทย และไม่ยอมรับกติการะหว่างประเทศเวลาเราไปเจรจาต่างๆ ใครจะมาเชื่อถือสิ่งที่เราไปผูกมัดไว้ภายใต้ข้อตกลงอื่นๆ พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยอยู่ในสังคมโลกซึ่งมีกติกา ไทยเป็นภาคี UNCLOS ที่เขียนอยู่แล้วว่าจะต้องปฏิบัติ โดยจะไปต่อสู้ตามกระบวนการทำให้ดีที่สุด ซึ่งตนเองคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

เมื่อถามต่อว่า ฉากทัศน์ที่แย่ที่สุดของไทยภายใช้ UNCLOS คืออะไร นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า อย่าไปมองถึงขั้นนั้น แต่ดูว่าภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศจะออกมาอย่างไร และหลายคนยังเชื่อว่าเส้นเขตที่กัมพูชาอ้างถึงตามกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่อาจจะมีหลายฉากทัศน์ ซึ่งในทุกฉากทัศน์เราสามารถปกป้องรักษาอธิปไตยของเรา แล้วเราก็ไปเจรจาต้องหาอะไรที่ Win Win กันทั้งสองฝ่าย ถ้าหากแนวทางนั้นดี ฝ่ายกัมพูชารับได้ เราก็ Win แต่ถ้าไม่เป็นแบบนั้นก็จะไปคุยกับกัมพูขา เพื่อหาช่องทางที่ทั้งสองฝ่ายจะรับได้