จากกรณีที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาเปิดเผยถึงโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้า โดยระบุมีการนำค่าไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะ หรือไฟทางทั่วประเทศ มาคำนวณรวมอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชน ในส่วนของค่าความสูญเสียพลังงาน ส่งผลให้ประชาชนต้องร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวนั้น
นายประเสริฐ ประดิษฐ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน แสดงความคิดเห็นในฐานะตัวแทนเสียงของประชาชน โดยระบุว่า การนำค่าไฟสาธารณะไปซ่อนอยู่ในส่วนของความสูญเสียที่ไม่ใช่เชิงเทคนิค ก่อนผลักกลับมาเป็นต้นทุนในค่าไฟฐาน ซึ่งรวมอยู่ในอัตราค่าไฟประมาณ 3.78 บาทต่อหน่วย จากค่าไฟเฉลี่ย 3.95 บาทต่อหน่วย ทำให้ประชาชนต้องร่วมรับภาระโดยไม่รู้ตัวประมาณ 10 สตางค์ต่อหน่วย ถือเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้า
นายประเสริฐ กล่าวว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ควรเสียสละผลกำไรบางส่วนเพื่อบรรเทาภาระของประชาชน เนื่องจากในแต่ละปีมีผลประกอบการที่มีกำไรจำนวนมาก ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผลิตกระแสไฟฟ้าตามกฎหมาย ก่อนส่งต่อให้ กฟภ. นำไปจำหน่ายแก่ประชาชนในราคาที่เหมาะสม
ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังระบุว่า แม้เมื่อนำมาเฉลี่ยแล้วอาจเป็นเงินจำนวนไม่มากในมุมของหน่วยงาน แต่สำหรับประชาชนที่กำลังเผชิญภาวะค่าครองชีพสูงและค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การต้องรับภาระค่าไฟสาธารณะเพิ่มเติมอีก ถือเป็นภาระที่เกินความจำเป็น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อรับผิดชอบค่าไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะโดยตรง พร้อมเร่งทบทวนแนวทางการคิดต้นทุนดังกล่าว เพื่อไม่ให้มีการผลักภาระค่าใช้จ่ายสาธารณะมารวมไว้ในบิลค่าไฟของประชาชนอีกต่อไป
นายประเสริฐ ประดิษฐ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน แสดงความคิดเห็นในฐานะตัวแทนเสียงของประชาชน โดยระบุว่า การนำค่าไฟสาธารณะไปซ่อนอยู่ในส่วนของความสูญเสียที่ไม่ใช่เชิงเทคนิค ก่อนผลักกลับมาเป็นต้นทุนในค่าไฟฐาน ซึ่งรวมอยู่ในอัตราค่าไฟประมาณ 3.78 บาทต่อหน่วย จากค่าไฟเฉลี่ย 3.95 บาทต่อหน่วย ทำให้ประชาชนต้องร่วมรับภาระโดยไม่รู้ตัวประมาณ 10 สตางค์ต่อหน่วย ถือเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้า
นายประเสริฐ กล่าวว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ควรเสียสละผลกำไรบางส่วนเพื่อบรรเทาภาระของประชาชน เนื่องจากในแต่ละปีมีผลประกอบการที่มีกำไรจำนวนมาก ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผลิตกระแสไฟฟ้าตามกฎหมาย ก่อนส่งต่อให้ กฟภ. นำไปจำหน่ายแก่ประชาชนในราคาที่เหมาะสม
ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังระบุว่า แม้เมื่อนำมาเฉลี่ยแล้วอาจเป็นเงินจำนวนไม่มากในมุมของหน่วยงาน แต่สำหรับประชาชนที่กำลังเผชิญภาวะค่าครองชีพสูงและค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การต้องรับภาระค่าไฟสาธารณะเพิ่มเติมอีก ถือเป็นภาระที่เกินความจำเป็น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อรับผิดชอบค่าไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะโดยตรง พร้อมเร่งทบทวนแนวทางการคิดต้นทุนดังกล่าว เพื่อไม่ให้มีการผลักภาระค่าใช้จ่ายสาธารณะมารวมไว้ในบิลค่าไฟของประชาชนอีกต่อไป


