นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้เน้นย้ำและกำชับไปยังการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ให้ยกระดับมาตรการเชิงรุกขั้นสูงสุดในการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนัก และฤดูน้ำหลาก ในช่วงฤดูฝนปี 2569 นี้ โดยเฉพาะในพื้นที่อุตสาหกรรม และจุดเสี่ยงลุ่มต่ำทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตและการลงทุน เช่น พื้นที่เศรษฐกิจหลักอย่างชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจอยู่หนาแน่นกว่า 103,057 ราย มีทุนจดทะเบียนรวมกว่า 2.19 ล้านล้านบาท โดยได้รับรายงานจาก นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. ถึงผลการสำรวจและประเมินความพร้อมในเดือนมิถุนายนนี้ โดยยืนยันว่า สถานการณ์น้ำภายในนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรืออุตสาหกรรมทุกแห่งทั่วประเทศ ยังคงอยู่ในสภาวะปกติ ไม่มีข้อติดขัดหรือปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่
ทั้งนี้ แม้ภาพรวมเป็นไปปกติ แต่ได้สั่งการให้ กนอ. ประสานไปยังผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมทุกแห่ง ให้เตรียมรับมือและวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงล่วงหน้า โดยเฉพาะกรณีฝนตกชุกสะสมรุนแรง หรือ Rain Bomb ซึ่งมีฝนเกิน 100 มิลลิลิตร (มล.) ติดต่อกัน 3 ชั่วโมง รวมถึงปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ลุ่มต่ำแถบ จ.สมุทรปราการ และสิ่งกีดขวางในลำรางสาธารณะ โดยได้กำชับให้ตรวจสอบจุดเฝ้าระวังแอ่งกระทะ หรือพื้นที่ลุ่ม ที่ลุ่มต่ำ และเตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำพญานาค กระสอบทราย เพื่อรับมือน้ำทะเลหนุนอย่างเต็มพิกัด
ทั้งนี้ แม้ภาพรวมเป็นไปปกติ แต่ได้สั่งการให้ กนอ. ประสานไปยังผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมทุกแห่ง ให้เตรียมรับมือและวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงล่วงหน้า โดยเฉพาะกรณีฝนตกชุกสะสมรุนแรง หรือ Rain Bomb ซึ่งมีฝนเกิน 100 มิลลิลิตร (มล.) ติดต่อกัน 3 ชั่วโมง รวมถึงปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ลุ่มต่ำแถบ จ.สมุทรปราการ และสิ่งกีดขวางในลำรางสาธารณะ โดยได้กำชับให้ตรวจสอบจุดเฝ้าระวังแอ่งกระทะ หรือพื้นที่ลุ่ม ที่ลุ่มต่ำ และเตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำพญานาค กระสอบทราย เพื่อรับมือน้ำทะเลหนุนอย่างเต็มพิกัด


