นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีกระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณากำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าในรูปแบบ ตั๋วร่วม เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ในอัตราค่าโดยสารค่าใหม่ 17-45 บาท ต่อเที่ยว ว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายที่พูดกันมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ และมีการทํามาก่อนแล้ว คือรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดง ในอัตรา 40 บาทตลอดสาย แต่ตอนนี้จะมาขยายผล พยายามให้รถไฟฟ้าทุกสีเข้ามาเป็นของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แต่การที่จะเป็นของ รฟม. ในตอนนี้ รัฐบาลไม่มีเงินมากพอที่จะไปซื้อ ฉะนั้นในส่วนต่าง ๆ ตรงนี้ มีบางสัญญาที่กําลังจะหมดอายุสัมปทานในปี 2572 ซึ่งหากจะซื้อทั้งหมด มูลค่าก็เป็นแสนล้านบาท ถึงเลือกใช้วิธีตั๋วร่วมในอัตราราคา 17-45 บาทต่อเที่ยว เป็นค่าแรกเข้า เก็บครั้งเดียว ไม่ว่าจะกี่สายก็แล้วแต่ การเดินทางจะเก็บไม่เกิน 45 บาท โดยจะนําเข้า ครม. ในวันเดียวกันนี้ โดยเมื่อ ครม. เห็นชอบในหลักการแล้ว จะพยายามทําให้ทันวันที่ 1 มกราคม 2570 ในเรื่องราคา 17- 45 บาท ต่อเที่ยวในทุกสาย เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ประชาชน
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ จะต้องหารือกับกระทรวงการคลัง ว่า การที่รัฐบาลจะเอารถไฟฟ้าทั้งหมดมาเป็นของ รฟม.จะระดมทุนจากที่ไหน ซึ่งมีแนวความคิดว่าเราอาจจะเข้าไประดมทุน ในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) หรือ TFF คาดว่าใช้เวลาไม่น้อยกว่าปีครึ่ง หรืออาจจะ 2 ปี
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ จะต้องหารือกับกระทรวงการคลัง ว่า การที่รัฐบาลจะเอารถไฟฟ้าทั้งหมดมาเป็นของ รฟม.จะระดมทุนจากที่ไหน ซึ่งมีแนวความคิดว่าเราอาจจะเข้าไประดมทุน ในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) หรือ TFF คาดว่าใช้เวลาไม่น้อยกว่าปีครึ่ง หรืออาจจะ 2 ปี


