นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ติดตามสถานการณ์ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของเกษตรกร ล่าสุดได้รับรายงานจากนายรพีภัทร จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลายลง ส่งผลให้ราคาปุ๋ยยูเรียในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่เคยอยู่ในระดับประมาณ 800 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เหลือประมาณ 400 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการนำเข้าปุ๋ย และส่งผลดีต่อการลดต้นทุนการเพาะปลูกของเกษตรกรไทยในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน กรมวิชาการเกษตร รายงานว่า สถานการณ์ปุ๋ยภายในประเทศยังอยู่ในภาวะปกติ มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการใช้งาน และไม่พบปัญหาการขาดแคลน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรและภาคการผลิตของประเทศ
นายสุริยะ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงเดินหน้ามาตรการลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเคมีควบคู่กับปุ๋ยอินทรีย์และสารชีวภัณฑ์ เพื่อลดการพึ่งพาปุ๋ยนำเข้าจากต่างประเทศ จากเดิมที่เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีกว่า 6 ล้านตันต่อปี ให้ปรับสัดส่วนการใช้ปุ๋ยเคมีร้อยละ 70 ควบคู่กับปุ๋ยอินทรีย์และสารชีวภัณฑ์อีกร้อยละ 30
นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนการตรวจวิเคราะห์คุณภาพดินก่อนการใส่ปุ๋ย เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลือกใช้สูตรปุ๋ยได้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความต้องการของพืช รวมถึงส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเครื่องผสมปุ๋ยเฉพาะสูตร ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การปรับตัวลดลงของราคาปุ๋ยในตลาดโลกถือเป็นปัจจัยบวกต่อภาคการเกษตรไทย โดยเฉพาะในช่วงที่เกษตรกรหลายพื้นที่กำลังเตรียมการเพาะปลูก ซึ่งจะช่วยลดภาระต้นทุนการผลิต และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะยาว


