นายจิระเดช กรุณกฤตกุล รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนกรุงเทพมหานคร (ศปถ.กทม.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมี ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 8 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง และผ่านระบบการประชุมทางไกล
ที่ประชุมรายงานสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงจาก 922 ราย ในปี 2566 เหลือ 835 ในปี 2567 และเหลือ 769 ราย ในปี 2568 ขณะที่ในช่วงเดือน ม.ค.-พ.ค.69 มีผู้เสียชีวิต 339 ราย ลดลงจากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี ร้อยละ 16.6 (ข้อมูล ณ วันที่ 7 มิ.ย.69) ทั้งนี้ รถจักรยานยนต์ยังคงเป็นยานพาหนะที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บและเสียชีวิตมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 90 ของผู้บาดเจ็บทั้งหมด และกลุ่มเสี่ยงสำคัญยังคงเป็นวัยทำงานอายุ 25-35 ปี โดยเฉพาะกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะและไรเดอร์ พฤติกรรมเสี่ยงที่พบมาก ได้แก่ การใช้ความเร็วเกินกำหนด การเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน การแซงตัดหน้า และการฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร โดยพื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิตสูง ได้แก่ เขตบางกอกน้อย เขตจตุจักร เขตลาดพร้าว และเขตประเวศ
สำหรับการแก้ไขจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการปรับปรุงจุดเสี่ยงแล้วกว่า 340 จุด (ปี 2566-2569) ภายใต้แนวคิด Safe System Approach โดยติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย เช่น ป้ายเตือน ไฟกะพริบพลังงานแสงอาทิตย์ ราวกันอันตราย เส้นชะลอความเร็ว และพื้นผิวกันลื่น รวมถึงพัฒนาความปลอดภัยทางข้ามคนเดินเท้าอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีทางข้ามสีแดงจำนวน 3,123 แห่ง ทางข้ามพร้อมไฟกะพริบเตือน 1,024 แห่ง และทางข้ามแบบสัญญาณไฟกดปุ่ม 353 แห่ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน โดยเฉพาะบริเวณหน้าโรงเรียน โรงพยาบาล และชุมชน
นอกจากนี้ ที่ประชุมรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟ ภายหลังเกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณสถานีคลองตัน–มักกะสัน โดยกรุงเทพมหานครร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทยและตำรวจจราจรดำเนินการตีเส้นจราจรและเส้นทแยงเหลืองบริเวณทางตัดรถไฟแล้ว 34 จุด จากทั้งหมด 60 จุด และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569 พร้อมทั้งวางแผนติดตั้งกล้อง CCTV ระบบ AI เพื่อจับการกระทำผิดกฎหมายจราจร และพัฒนาระบบเชื่อมโยงสัญญาณไฟจราจรกับระบบอาณัติสัญญาณรถไฟ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุในอนาคต
ในส่วนของอุบัติเหตุบริเวณพื้นที่ก่อสร้างถนน ที่ประชุมได้ติดตามผลการวิเคราะห์อุบัติเหตุในช่วงปี 2566-2569 ซึ่งพบอุบัติเหตุร้ายแรง 14 กรณี มีผู้เสียชีวิต 14 ราย โดยร้อยละ 93 เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และกว่าร้อยละ 70 มีปัจจัยเกี่ยวข้องกับสภาพกายภาพของพื้นที่ก่อสร้าง อาทิ ป้ายเตือนไม่ชัดเจน แสงสว่างไม่เพียงพอ สิ่งกีดขวางในพื้นที่ก่อสร้าง และบ่อเปิดที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม จึงมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้าง (Work Zone Safety) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และกำชับผู้รับเหมาจัดทำแผนบริหารความปลอดภัยก่อนเริ่มดำเนินโครงการทุกแห่ง


