นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กกร. ครั้งที่ 2/2569 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้คงสินค้าและบริการควบคุมจำนวน 66 รายการอต่อเนื่องอีก 1 ปี รวมทั้งคงมาตรการแสดงราคาสินค้าและบริการทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์
ทั้งนี้ การกำหนดสินค้าและบริการควบคุมเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ที่มุ่งคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมด้านราคา ป้องกันการปรับขึ้นราคาสินค้าและค่าบริการอย่างรวดเร็วเกินสมควร รวมถึงดูแลให้มีปริมาณสินค้าเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ
นางศุภจี กล่าวว่า การกำกับดูแลสินค้าและบริการควบคุมไม่ได้มีเพียงมาตรการควบคุมราคา แต่มีหลายระดับตามความเหมาะสมของสินค้าแต่ละประเภท อาทิ การกำหนดราคาจำหน่าย การขออนุญาตปรับราคา การขออนุญาตส่งออกสินค้าเกษตร การควบคุมการขนย้ายสินค้า การแจ้งข้อมูลด้านราคาและปริมาณสินค้า การจัดทำบัญชีคุมสินค้า ตลอดจนการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับซื้อสินค้าเกษตร เพื่อรักษาสมดุลระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค สำหรับการทบทวนในปีนี้ ที่ประชุมเห็นชอบเพิ่มมาตรการกำกับดูแลในสินค้าบางรายการ โดยมะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์ รวมถึงกากถั่วเหลือง ให้เพิ่มมาตรการจัดทำบัญชีคุมสินค้า เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามข้อมูลด้านราคา ปริมาณซื้อขาย การนำเข้า การส่งออก และปริมาณคงเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพิ่มมาตรการควบคุมการขนย้าย ขณะที่เม็ดพลาสติก ปรับมาตรการแจ้งข้อมูลให้ครอบคลุมบรรจุภัณฑ์ที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในวงกว้าง ด้านหอมหัวใหญ่และกระเทียม เพิ่มมาตรการแจ้งข้อมูลการนำเข้าและจัดทำบัญชีคุมสินค้า เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้า การสวมสิทธิ์สินค้า และพฤติกรรมทางการค้าที่อาจกระทบต่อเกษตรกรและราคาสินค้าในประเทศ ขณะเดียวกัน ที่ประชุมเห็นชอบผ่อนคลายมาตรการกำกับดูแลสินค้าบางรายการ หลังสถานการณ์ด้านราคาและปริมาณกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ ยางพารา หน้ากากอนามัย และชุดตรวจ ATK โดยยังคงมาตรการที่จำเป็นต่อการคุ้มครองผู้บริโภคไว้ตามความเหมาะสม
นางศุภจี ย้ำว่า กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า ต้นทุนการผลิต และภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก เพื่อให้การกำกับดูแลสินค้าและบริการเป็นไปอย่างเหมาะสมและสมดุล พร้อมย้ำว่า การเป็นสินค้าและบริการควบคุมไม่ได้หมายถึงการควบคุมราคาจำหน่ายทุกกรณี แต่เป็นกลไกในการติดตามและกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน โดยสินค้าและบริการแต่ละรายการจะมีมาตรการกำกับดูแลแตกต่างกันตามลักษณะสินค้าและสถานการณ์ของตลาด


