นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่ร่วมเป็นกรรมการ ประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ เปลื้องทุกข์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) นางสาวพรประภา เหม่งเวหา ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 1 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และ รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย ร่วมแถลงผลการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนในอุทยานแห่งชาติทับลานที่ยืดเยื้อมานานกว่า 50 ปี
นายอรรถพล กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มีมติเห็นควรให้เสนอทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 เพื่อจัดระเบียบและจำแนกพื้นที่ให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยยึดหลักข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และข้อมูลเชิงประจักษ์ พร้อมยืนยันว่า การปรับปรุงแนวเขตครั้งนี้ไม่ใช่การเพิกถอนอุทยานแห่งชาติทับลานทั้งหมดตามที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสื่อสังคมออนไลน์ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะมรดกโลกของกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เนื่องจากรัฐบาลได้กำหนดพื้นที่กันชน (Buffer Zone) เพื่อรองรับผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยรอบไว้แล้ว ขณะเดียวกันกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานต่อคณะกรรมการมรดกโลกอย่างต่อเนื่อง
สำหรับมาตรการจัดระเบียบที่ดิน ได้จำแนกพื้นที่ที่เกี่ยวข้องออกเป็น 5 กลุ่ม โดยเห็นควรให้เดินหน้าเพิกถอนพื้นที่รวมประมาณ 155,865 ไร่ เพื่อส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปบริหารจัดการตามกฎหมายและภารกิจที่รับผิดชอบ ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 พื้นที่ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เนื้อที่ประมาณ 53,416 ไร่ กลุ่มที่ 2 พื้นที่โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี เนื้อที่ประมาณ 8,328 ไร่ กลุ่มที่ 3 พื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง (พมพ. และ คจก.) เนื้อที่ประมาณ 87,500 ไร่ และกลุ่มที่ 5 พื้นที่ราชพัสดุสนามฝึกซ้อมรบ เนื้อที่ประมาณ 6,621 ไร่
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้ชะลอการเพิกถอนในกลุ่มที่ 4 ซึ่งเป็นพื้นที่ราษฎรนอกเขต ส.ป.ก. และนอกโครงการเพื่อความมั่นคง เนื้อที่ประมาณ 109,420 ไร่ โดยให้คงสถานะเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานต่อไป แต่จะดำเนินการตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เพื่อตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิการครอบครองของประชาชนที่อยู่มาก่อนการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันมีข้อมูลผู้ผ่านการสำรวจแล้วประมาณ 5,200 ราย และตั้งเป้าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังมอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับกรมป่าไม้ สำรวจพื้นที่ป่าที่มีความสมบูรณ์เพิ่มเติม เพื่อพิจารณาผนวกเข้าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติทับลานอีกประมาณ 86,966.29 ไร่ เพื่อรักษาพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในภาพรวมของประเทศ
ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางการจัดทำแผนที่ One Map และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดย สคทช. จะร่วมตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงและประสานหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้การพิสูจน์สิทธิเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม
ขณะที่นางสาวพรประภา กล่าวว่า สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และได้ร่วมลงพื้นที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมและเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่
ด้านนายปรีชา กล่าวว่า ส.ป.ก. มีความพร้อมในการบริหารจัดการพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายจากมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ โดยจะดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด และจัดสรรให้เฉพาะเกษตรกรผู้มีสิทธิตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย เพื่อป้องกันการเปลี่ยนมือไปสู่กลุ่มทุน
นายอรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย โดยยึดหลักความเป็นธรรม ไม่ทอดทิ้งทั้งผืนป่าและสิทธิของประชาชน พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยการปรับปรุงแนวเขตในครั้งนี้จะดำเนินควบคู่กับการพิจารณาผนวกพื้นที่ป่าที่มีความสมบูรณ์เพิ่มเติมเข้าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ในภาพรวมไม่ได้ลดลงตามที่มีการกล่าวอ้าง
พร้อมย้ำว่า พื้นที่ที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีบุกรุกป่าและอยู่ในชั้นการพิจารณาของศาล จะยังคงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายเช่นเดิม ยืนยันไม่มีการนิรโทษกรรมหรือรับรองสิทธิให้แก่ผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด โดยหลังจากนี้จะเร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่กำหนดแนวเขตในภูมิประเทศให้มีความชัดเจน และเร่งรัดกระบวนการพิสูจน์สิทธิกลุ่มที่ 4 ให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในพื้นที่ต่อไป


