นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ผ่านการบูรณาการบังคับใช้กฎหมาย ป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ และตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายมิจฉาชีพอย่างเข้มข้น โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. รายงานผลการดำเนินงานช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 โดยดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับการปั่นหุ้น การทุจริต การให้ข้อมูลเท็จ และการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต รวม 8 คดี ผู้ถูกกล่าวโทษรวม 43 ราย ขณะเดียวกัน มาตรการลงโทษทางแพ่งสามารถเรียกคืนผลประโยชน์และค่าปรับรวมกว่า 1,100 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าปรับทางแพ่ง 662 ล้านบาท และเงินชดใช้ผลประโยชน์ 519 ล้านบาท ซึ่งได้ส่งเป็นรายได้แผ่นดินแล้ว
ทั้งนี้ การปราบปรามภัยหลอกลงทุนออนไลน์ สามารถปิดกั้นบัญชีและช่องทางการกระทำผิดแล้ว 368 บัญชี โดยดำเนินการอย่างรวดเร็วภายใน 7–48 ชั่วโมง หลังได้รับแจ้ง ช่วยลดความเสียหายของประชาชนได้อย่างทันท่วงที
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเข้มงวดการสกัดเส้นทางฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีการระงับบัญชีม้าสะสมแล้ว 58,006 บัญชี เพิ่มขึ้นกว่า 10,000 บัญชีจากปลายปี 2568 สะท้อนความเข้มข้นของการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุก ผลการดำเนินงานดังกล่าว สะท้อนความสำเร็จของมาตรการเชิงรุกของรัฐบาล ที่สามารถลดความเสียหายจากอาชญากรรมทางการเงินได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ การปราบปรามภัยหลอกลงทุนออนไลน์ สามารถปิดกั้นบัญชีและช่องทางการกระทำผิดแล้ว 368 บัญชี โดยดำเนินการอย่างรวดเร็วภายใน 7–48 ชั่วโมง หลังได้รับแจ้ง ช่วยลดความเสียหายของประชาชนได้อย่างทันท่วงที
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเข้มงวดการสกัดเส้นทางฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีการระงับบัญชีม้าสะสมแล้ว 58,006 บัญชี เพิ่มขึ้นกว่า 10,000 บัญชีจากปลายปี 2568 สะท้อนความเข้มข้นของการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุก ผลการดำเนินงานดังกล่าว สะท้อนความสำเร็จของมาตรการเชิงรุกของรัฐบาล ที่สามารถลดความเสียหายจากอาชญากรรมทางการเงินได้อย่างเป็นรูปธรรม


