นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) วันที่ 11 มิถุนายนนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเสนอ 3 มาตรการสำคัญเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ทั้งการขยายวงเงินช่วยเหลือเกษตรกรนาปีที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก และโครงการส่งเสริมปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทนนาปรัง เพื่อรองรับความเสี่ยงจากภาวะเอลนีโญ
สำหรับมาตรการแรก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเสนอขอขยายกรอบวงเงินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 เพิ่มเติม สำหรับเกษตรกร 233,729 ครัวเรือน ที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ ภายใต้มาตรการช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10,000 บาท วงเงินรวม 1,846.96 ล้านบาท ส่วนมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 ประกอบด้วย โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร โครงการชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก และโครงการประกันภัยข้าวนาปี เพื่อช่วยลดความเสี่ยง สร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกร และบริหารจัดการปริมาณผลผลิตไม่ให้ออกสู่ตลาดพร้อมกันในช่วงเก็บเกี่ยว ซึ่งจะช่วยพยุงและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาด อีกหนึ่งโครงการสำคัญที่จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ นบข. คือ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชทดแทนนาปรังในฤดูแล้ง ปี 2569/70 เพื่อเตรียมรับมือภาวะเอลนีโญ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า บางพื้นที่ของประเทศอาจมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติ โดยจะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทนการทำนาปรัง เพื่อลดความเสี่ยงจากความเสียหายที่อาจเกิดจากภัยแล้ง
นายสุริยะ กล่าวว่า พืชเป้าหมายสำคัญของโครงการคือข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการใช้ในประเทศสูงถึงปีละประมาณ 9 ล้านตัน แต่ผลิตได้เพียง 5 ล้านตันต่อปี ส่วนที่เหลือต้องนำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้ เกษตรกรยังสามารถเลือกปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นที่ใช้น้ำน้อยและมีศักยภาพทางการตลาดเช่น ข้าวฟ่าง ถั่วเหลือง และถั่วเขียว เป็นต้น ทั้งนี้ จากการสำรวจความต้องการของเกษตรกรโดยกรมส่งเสริมการเกษตรเบื้องต้น พบว่ามีเกษตรกรจำนวนมากสนใจเข้าร่วมโครงการปลูกข้าวโพดหลังนา โดยตั้งเป้าหมายส่งเสริมการเพาะปลูกรวม 1 ล้านไร่ ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 2,000 ล้านบาท
นายสุริยะ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ที่ประชุม ครม. ได้อนุมัติงบกลาง วงเงิน 290.90 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรมงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ให้เป็นไปตามกรอบเวลาและมาตรฐานของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 ณ จังหวัดอุดรธานี โดยงบประมาณดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกรอบวงเงินจัดงานรวม 2,500 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรีเคยอนุมัติไว้ก่อนหน้านี้


