xs
xsm
sm
md
lg

สนค.คาดดัชนีราคาส่งออก-นำเข้า พ.ค.69 จะยังขยายตัวต่อเนื่อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า แนวโน้มดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้าของไทยในเดือนพฤษภาคม 2569 มีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน โดยเฉพาะราคาน้ำมันและพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งส่งผ่านไปยังต้นทุนสินค้าอุตสาหกรรมและการขนส่ง

นอกจากนี้ ราคาโลหะพื้นฐานสำคัญ เช่น อะลูมิเนียมและทองแดง ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นตามความต้องการของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานหมุนเวียน ขณะที่การลดอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ บางรายการเป็นการชั่วคราว ส่งผลให้หลายประเทศเร่งนำเข้าสินค้าและเพิ่มคำสั่งซื้อในระยะสั้น

ส่วนดัชนีราคาส่งออกเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 114.8 ขยายตัวร้อยละ 3.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากหมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 46.3 สินค้าเกษตรกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0 และสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 โดยเฉพาะทองคำ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรลดลงร้อยละ 0.1 นับเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 81 เดือน จากราคาน้ำตาลทรายและผลไม้กระป๋องที่ปรับตัวลดลง

สำหรับ​ดัชนีราคานำเข้าเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 128.1 ขยายตัวร้อยละ 12.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากหมวดสินค้าเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.3 ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ขณะที่หมวดวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.4 สินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2 สินค้าทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.4 และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 ตามความต้องการของภาคการผลิต การลงทุน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

อย่างไรก็ตาม สนค. มองว่า ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่ออุปสงค์ของประเทศคู่ค้า การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากประเทศคู่แข่ง ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าและมาตรการภาษีของประเทศสำคัญ กำลังซื้อภายในประเทศที่อาจชะลอตัว ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อผลผลิตภาคเกษตร และความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางราคาส่งออกและนำเข้าของไทยในระยะต่อไป