วันนี้ (10 มิ.ย.) นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนงานการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ศอ.บต. จ.ยะลา และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
ทั้งนี้ เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส ปัตตานี และยะลา) หลังการถอดบทเรียนจากอุทกภัยในช่วงปี 2566-2568 พบข้อจำกัดและความท้าทาย ทั้งด้านสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงสลับพื้นที่ลุ่มต่ำ ปริมาณฝนสะสมที่สูงกว่าค่าปกติ และปัญหาลำน้ำตื้นเขินจากตะกอนดิน รวมถึงอิทธิพลจากน้ำทะเลหนุน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำ ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเผชิญกับอุทกภัยซ้ำซากในช่วงเดือนตุลาคมถึงมกราคมของทุกปี สทนช. จึงได้บูรณาการข้อมูลกว่า 30 หน่วยงาน นำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อจัดทำ (ร่าง) แผนงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ครอบคลุมทั้งระยะเร่งด่วน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว รวมถึงได้จัดทำ (ร่าง) คู่มือปฏิบัติงานสำหรับเจ้าหน้าที่ และ (ร่าง) คู่มือแนวทางการรับมืออุทกภัยสำหรับประชาชน เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการภัยพิบัติในพื้นที่อย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส ปัตตานี และยะลา) หลังการถอดบทเรียนจากอุทกภัยในช่วงปี 2566-2568 พบข้อจำกัดและความท้าทาย ทั้งด้านสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงสลับพื้นที่ลุ่มต่ำ ปริมาณฝนสะสมที่สูงกว่าค่าปกติ และปัญหาลำน้ำตื้นเขินจากตะกอนดิน รวมถึงอิทธิพลจากน้ำทะเลหนุน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำ ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเผชิญกับอุทกภัยซ้ำซากในช่วงเดือนตุลาคมถึงมกราคมของทุกปี สทนช. จึงได้บูรณาการข้อมูลกว่า 30 หน่วยงาน นำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อจัดทำ (ร่าง) แผนงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ครอบคลุมทั้งระยะเร่งด่วน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว รวมถึงได้จัดทำ (ร่าง) คู่มือปฏิบัติงานสำหรับเจ้าหน้าที่ และ (ร่าง) คู่มือแนวทางการรับมืออุทกภัยสำหรับประชาชน เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการภัยพิบัติในพื้นที่อย่างเป็นระบบ


