สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทพฯ ประเทศไทย วันนี้ (9 มิ.ย.) ว่า ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาร์กว่า 5,500 คน ที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยตามแนวชายแดนไทย ได้งานทำแล้ว นับตั้งแต่รัฐบาลไทยผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการจ้างงานเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งจะเป็นแนวทางที่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประเทศอื่น ๆ ภูมิภาค
ทั้งนี้ การลดลงอย่างมากของเงินทุนช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั่วโลก อันเป็นผลมาจากนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ผลักดันการลดความช่วยเหลือต่างประเทศ และปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเลวร้ายลงจากการปะทะกันทางอาวุธกับกัมพูชา
นายราอุฟ มาซู ผู้ช่วยข้าหลวงใหญ่ด้านปฏิบัติการ จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) กล่าวว่า ความพยายามของประเทศไทยอาจกลายเป็นแบบอย่าง สำหรับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กำลังเผชิญกับปัญหาการพลัดถิ่นที่ยืดเยื้อ รวมถึงบังกลาเทศและมาเลเซีย ที่รับผู้ลี้ภัยจำนวนมาก
ทั้งนี้ การลดลงอย่างมากของเงินทุนช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั่วโลก อันเป็นผลมาจากนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ผลักดันการลดความช่วยเหลือต่างประเทศ และปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเลวร้ายลงจากการปะทะกันทางอาวุธกับกัมพูชา
นายราอุฟ มาซู ผู้ช่วยข้าหลวงใหญ่ด้านปฏิบัติการ จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) กล่าวว่า ความพยายามของประเทศไทยอาจกลายเป็นแบบอย่าง สำหรับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กำลังเผชิญกับปัญหาการพลัดถิ่นที่ยืดเยื้อ รวมถึงบังกลาเทศและมาเลเซีย ที่รับผู้ลี้ภัยจำนวนมาก


