นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือด่วนที่สุดถึงอธิบดีกรมสรรพากร เพื่อจี้ให้ใช้อำนาจตามกฎหมายทำการยึดทรัพย์สิน อายัด และนำไปขายทอดตลาดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าคดีพิพาทภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) ที่นายทักษิณ เป็นโจทก์ฟ้องร้องเพื่อขอเพิกถอนการประเมินภาษีของกรมสรรพากรตั้งแต่ปี 2560 นั้น บัดนี้ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องแล้ว ส่งผลให้นายทักษิณมีหน้าที่ต้องชำระหนี้ภาษีอากรดังกล่าวแก่รัฐตามกฎหมาย
นายวัชระ ระบุในหนังสือว่า สิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ภาษีอากรมีกำหนดอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเริ่มนับตั้งแต่วันที่รัฐอาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ คือภายใน 30 วันนับแต่ได้รับแจ้งการประเมิน หรือตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2560 เป็นต้นมา ทำให้ปัจจุบันคดีนี้มีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะหมดอายุความในการบังคับคดีภาษีอากร ดังนั้น อธิบดีกรมสรรพากรต้องใช้อำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 ซึ่งไฟเขียวให้สามารถสั่งยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องขอให้ศาลออกหมายยึดซ้ำอีก เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐเกิดความเสียหาย
นอกจากนี้ นายวัชระ ยังเรียกร้องให้กรมสรรพากรทำหนังสือประสานไปยังกรมการกงสุลเพื่อตรวจสอบและยกเลิกหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ของนายทักษิณ ชินวัตร ทุกเล่ม พร้อมแจ้งหน่วยงานความมั่นคง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ท่าอากาศยานดอนเมือง และบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ให้สั่งระงับการเดินทางออกนอกประเทศของนายทักษิณโดยด่วนที่สุด เนื่องจากเป็นกรณีที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติ จนกว่านายทักษิณ จะดำเนินการชำระภาษีอากรให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมขีดเส้นตายให้กรมสรรพากรแจ้งความคืบหน้าให้ตนและประชาชนทราบภายใน 30 วัน


