นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สัตว์น้ำพื้นถิ่น รวมถึงเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมงในหลายพื้นที่ โดยนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายให้กรมประมงเร่งจำกัดพื้นที่การแพร่ระบาด กำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ และส่งเสริมการนำไปใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม ภายใต้นโยบาย "BLUE TRANSFORMATION พลิกโฉมประมงไทยสู่ความยั่งยืน"
กรมประมงได้ดำเนินมาตรการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567–2570 ซึ่งคณะรัฐมนตรีกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ทั้งการผ่อนผันการใช้เครื่องมืออวนรุนในพื้นที่เป้าหมาย โครงการรับซื้อปลาหมอคางดำ และกิจกรรมลงแขกลงคลองร่วมกับชุมชน ส่งผลให้สามารถกำจัดปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศได้แล้วรวม 8,325,234.50 กิโลกรัม
ปลาที่กำจัดได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในหลายรูปแบบ ทั้งการแปรรูปเป็นอาหารสำหรับการบริโภค การผลิตปลาป่น อาหารสัตว์ ปลาเหยื่อ ตลอดจนปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ทรัพยากรที่กำจัดออกจากแหล่งน้ำ และสร้างรายได้ให้กับชุมชนตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน
ล่าสุด กรมประมง โดยกองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ จัดโครงการสร้างการรับรู้การบริโภคปลาหมอคางดำ ณ ตลาดนัดกรมประมง กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งเสริมการนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกจากระบบนิเวศมาใช้ประโยชน์ โดยเปิดตัวเมนู "ปลาหมอคางดำแดดเดียว" และ "ข้าวเหนียวหน้าปลาคั่ว" ให้ประชาชนได้ทดลองชิมฟรี จำนวน 300 เสิร์ฟ
นอกจากนี้ กรมประมงยังเตรียมหมุนเวียนเมนูแปรรูปจากปลาหมอคางดำมาให้ประชาชนได้ทดลองชิมตลอดเดือนมิถุนายน อาทิ ทอดมัน ซาลาเปา ห่อหมก และข้าวเกรียบ พร้อมจัดแสดงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาหมอคางดำ เช่น ปลาร้า ปั้นขลิบ และผงโรยข้าว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายช่องทางการใช้ประโยชน์จากปลาชนิดนี้
อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการสำรวจความชุกชุมปลาหมอคางดำในเดือนเมษายน 2569 ครอบคลุม 21 จังหวัด พบว่าไม่พบพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง หรือมีความชุกชุมมากกว่า 100 ตัวต่อพื้นที่ 100 ตารางเมตร โดย 3 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี พัทลุง และปัตตานี ไม่พบการแพร่ระบาด ขณะที่อีก 18 จังหวัดอยู่ในระดับเฝ้าระวังและควบคุมสถานการณ์ได้ ทั้งนี้ กรมประมงจะเดินหน้ามาตรการจำกัดการแพร่ระบาด กำจัด และสร้างมูลค่าเพิ่มจากปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการฟื้นฟูความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน


