พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ฯ ในฐานะโฆษก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เปิดเผยผลการปฎิบัติตามนโยบายกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ แก้ปัญหาคนต่างชาติที่แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวเข้ามาสร้างผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมในประเทศ อย่างเคร่งครัด ตั้งแต่ต้นปี 2569 โดยใช้มาตรการ 3 ไม่ ได้แก่ ไม่ให้เข้า ไม่ให้อยู่ และไม่ให้รอด ดังนี้
1 มาตรการ ไม่ให้เข้า เป็นมาตรการสกัดกั้น ก่อนเข้าประเทศ โดยใช้ระบบเทคโนโลยี APPS เพื่อสกัดกั้น คนต่างชาติ ที่ถูกขึ้น Blacklist จากการถูกจำคุกในประเทศไทย รวมถึงคนต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล ซึ่งอยู่ในบัญชี Blacklist ปัจจุบัน 169,506 ราย ทำให้คนต่างชาติเหล่านี้ ไม่สามารถบินเข้าไทยได้ โดยสายการบินจะปฎิเสธการขึ้นเครื่องตั้งแต่ต้นทาง และหากเข้าทางด่านชายแดนทางบก จะถูกปฎิเสธการเข้าเมืองทุกราย นอกจากนี้ มีการสกัดกั้นคนต่างชาติ ที่ใช้ Free Visa และถูกด่าน ตม.ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เรียกสัมภาษณ์ โดยพบว่ามีพฤติการณ์เสี่ยงต่อความสงบเรียบร้อย ตั้งแต่มกราคม ถึงพฤษภาคม 2569 มีการปฏิเสธการเข้าเมือง รวมทั้งสิ้น 29,490 ราย
2 มาตรการ ไม่ให้อยู่ สั่งเพิกถอนวีซ่าคนต่างชาติ ที่แฝงตัวทำกิจกรรมที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ Visa ที่ได้รับ โดย ตั้งแต่ 1 มกราคม - พฤษภาคม 2569 ได้ปฏิเสธและผลักดันออกนอกประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 668 ราย และมีการเอกซเรย์ทุกพื้นที่ รวมถึงระดมกวาดล้างจับกุมคนต่างชาติผิดกฎหมายคดีต่าง ๆ ตั้งแต่ 1 มกราคม - เมษายน 2569 รวม 14,161 ราย และ 3 มาตรการ ไม่ให้รอด โดยให้ ตม. ทุกพื้นที่ จัดทำข้อมูลเป้าหมาย และประสานข้อมูลเพื่อการตรวจค้นกวาดล้างร่วมกับตำรวจพื้นที่
ทั้งนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค.- พ.ค.69 มีการตรวจสอบเป้าหมายต่างชาติที่ใช้สิทธิวีซ่า พำนักในประเทศโดยมีลักษณะเป็นแหล่งชุมชน แต่มีพฤติการณ์เสี่ยงต่อความสงบเรียบร้อย และส่งเป้าหมายให้ตำรวจพื้นที่ ในจุดสำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญที่มีแหล่งชุมชนต่างชาติ รวม 190 เป้าหมาย ซึ่งตรวจค้นแล้ว พบการกระทำผิดและมีการจับกุมไปกว่า 31 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามพฤติการณ์
1 มาตรการ ไม่ให้เข้า เป็นมาตรการสกัดกั้น ก่อนเข้าประเทศ โดยใช้ระบบเทคโนโลยี APPS เพื่อสกัดกั้น คนต่างชาติ ที่ถูกขึ้น Blacklist จากการถูกจำคุกในประเทศไทย รวมถึงคนต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล ซึ่งอยู่ในบัญชี Blacklist ปัจจุบัน 169,506 ราย ทำให้คนต่างชาติเหล่านี้ ไม่สามารถบินเข้าไทยได้ โดยสายการบินจะปฎิเสธการขึ้นเครื่องตั้งแต่ต้นทาง และหากเข้าทางด่านชายแดนทางบก จะถูกปฎิเสธการเข้าเมืองทุกราย นอกจากนี้ มีการสกัดกั้นคนต่างชาติ ที่ใช้ Free Visa และถูกด่าน ตม.ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เรียกสัมภาษณ์ โดยพบว่ามีพฤติการณ์เสี่ยงต่อความสงบเรียบร้อย ตั้งแต่มกราคม ถึงพฤษภาคม 2569 มีการปฏิเสธการเข้าเมือง รวมทั้งสิ้น 29,490 ราย
2 มาตรการ ไม่ให้อยู่ สั่งเพิกถอนวีซ่าคนต่างชาติ ที่แฝงตัวทำกิจกรรมที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ Visa ที่ได้รับ โดย ตั้งแต่ 1 มกราคม - พฤษภาคม 2569 ได้ปฏิเสธและผลักดันออกนอกประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 668 ราย และมีการเอกซเรย์ทุกพื้นที่ รวมถึงระดมกวาดล้างจับกุมคนต่างชาติผิดกฎหมายคดีต่าง ๆ ตั้งแต่ 1 มกราคม - เมษายน 2569 รวม 14,161 ราย และ 3 มาตรการ ไม่ให้รอด โดยให้ ตม. ทุกพื้นที่ จัดทำข้อมูลเป้าหมาย และประสานข้อมูลเพื่อการตรวจค้นกวาดล้างร่วมกับตำรวจพื้นที่
ทั้งนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค.- พ.ค.69 มีการตรวจสอบเป้าหมายต่างชาติที่ใช้สิทธิวีซ่า พำนักในประเทศโดยมีลักษณะเป็นแหล่งชุมชน แต่มีพฤติการณ์เสี่ยงต่อความสงบเรียบร้อย และส่งเป้าหมายให้ตำรวจพื้นที่ ในจุดสำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญที่มีแหล่งชุมชนต่างชาติ รวม 190 เป้าหมาย ซึ่งตรวจค้นแล้ว พบการกระทำผิดและมีการจับกุมไปกว่า 31 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามพฤติการณ์


